ศูนย์นโยบายความเป็นส่วนตัว | Privacy Center — LSP
Privacy · Privacy

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

1

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลPrivacy Policy

สำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถมFor students and parents of LEARN Satit Pattana School (Primary)

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

สำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนสาธิตพัฒนา

โรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถม (“โรงเรียน”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว และมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ปกครอง (“ท่าน”) โดยโรงเรียนตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้มอบให้แก่โรงเรียนด้วยความไว้วางใจ โรงเรียนจึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงให้ท่านมั่นใจว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านมอบให้แก่โรงเรียนจะถูกนำไปใช้ตรงตามความต้องการของท่าน ถูกต้องตามกฎหมาย และรักษาให้ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง

โรงเรียนจะเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นจะต้องใช้เพื่อการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาจให้นักเรียนหรือผู้ปกครองกรอกข้อมูลลงในเอกสาร หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่โรงเรียนได้กำหนด ซึ่งได้แก่ข้อมูล ดังนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของนักเรียนและผู้ปกครอง เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล ชื่อเล่น เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ สถานที่เกิดหรือจังหวัดที่เกิด เลขบัตรประชาชน เลขประจำตัวนักเรียน สัญชาติ ส่วนสูง น้ำหนัก สีผิวตำหนิทางร่างกาย รูปถ่ายนักเรียน ที่อยู่และรายละเอียดที่พักอาศัย รหัสประจำบ้าน ประเภทที่อยู่อาศัย หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ข้อมูลติดต่อในกรณีฉุกเฉินและบุคคลอ้างอิง (บุคคลภายนอก) ข้อมูลการพักอาศัย ข้อมูลความสนใจของนักเรียน ความสามารถพิเศษ สิ่งที่ชอบ วิชาที่สนใจ/ไม่สนใจ ข้อมูลการทำการบ้านของนักเรียนและผู้ดูแลในการทำการบ้านของนักเรียน ผู้ช่วยเหลือนักเรียนในการทำการบ้าน เป้าหมายการประกอบอาชีพ ความคาดหวังความสัมพันธ์ของนักเรียนและผู้ปกครอง ข้อมูลยานพาหนะ (เช่น หมายเลขทะเบียนรถยนต์เพื่อการเข้า-ออกโรงเรียน) ข้อมูลการเดินทางมาโรงเรียน ปัญหาต่างๆของนักเรียนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เป็นต้น

  2. ข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดียของนักเรียนและผู้ปกครอง (Social Media Account) เช่น รายชื่อบัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย โปรไฟล์เฟสบุ๊ก ไลน์ไอดี ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม เป็นต้น

  3. ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน เช่น โรงเรียนเดิมที่เคยศึกษาอยู่ โรงเรียนใหม่ที่จะย้ายไปศึกษาต่อ ระดับชั้น ห้องเรียน วันที่เข้าศึกษา ประวัติการศึกษา ผลการศึกษาเกรดเฉลี่ย แผนการเรียน ใบรับรองคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ระบุในใบสมัคร และคุณสมบัติ ความสำเร็จ และความสามารถอื่น ๆ ความสนใจ งานอดิเรก เป็นต้น

  4. ข้อมูลการสัมภาษณ์ของนักเรียนและผู้ปกครอง เช่น วีดีโอการแนะนำตัว ข้อมูลที่นักเรียนหรือผู้ปกครองแจ้งแก่โรงเรียนในระหว่างการสัมภาษณ์ เป็นต้น

  5. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานการสมัครเข้าเรียน การรับทุน หรือประกอบการยื่นแบบคำร้องต่างๆ (รวมถึงหลักฐานประกอบการขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล) เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) ข้อมูลวีซ่า (Visa) สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน (เช่น เอกสารสิทธิปกครองบุตร หรือคำสั่งศาล) สำเนาใบเกรดเฉลี่ย (Transcript) หนังสือรับรอง ประกาศณียบัตร (Certificate) ระเบียนแสดงผลการเรียน ปพ.1 ใบรับรองการเป็นนักเรียน ปพ.7 ใบรับรองแพทย์ เป็นต้น

  6. ข้อมูลผู้ปกครองที่สมัครใจให้ไว้ในการลงทะเบียนประวัตินักเรียนในระบบของโรงเรียน เช่น รูปถ่ายผู้ปกครอง รายได้ ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน อาชีพ ลักษณะงานที่ทำ โทรศัพท์ที่ทำงาน จำนวนปีที่ประกอบอาชีพปัจจุบัน ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา สถาบันที่จบการศึกษา สถานภาพ ความถนัด/ความสามารถพิเศษ ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ (กรณีการทำประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพ) (กรณีสมัครรับทุน ภาระ ค่าใช้จ่าย หนี้สินของครอบครัว) ข้อมูลครอบครัวและพี่น้อง สถานภาพการอยู่ร่วมกันของผู้ปกครอง จำนวนบุตร เป็นต้น

  7. ข้อมูลผู้รับมอบอำนาจ เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล ชื่อเล่น เพศ รูปถ่ายผู้รับมอบอำนาจ เบอร์โทรติดต่อ

  8. ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน เช่น ข้อมูลที่ปรากฏในสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการชำระเงิน แบบฟอร์มขออนุญาตหรือหนังสือให้ความยินยอมเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ใบแจ้งหนี้ ใบแจ้งการชำระเงิน (Bill Payment) ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญรับเงิน ข้อมูลบัญชีธนาคาร หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หมายเลขพร้อมเพย์ (PromptPay) เป็นต้น

  9. ข้อมูลทางทะเบียนที่ได้รับในระหว่างการศึกษา เช่น ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรม การเข้าร่วมทัศนศึกษาหรือเดินทางไปต่างประเทศ การเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เป้าหมายในอนาคต สถานภาพการเป็นนักเรียน ข้อมูลการตอบคำถาม ข้อมูลการเข้าเรียน ข้อมูลการบันทึกเวลาเข้า-ออกและช่วงเวลาที่อยู่ภายในโรงเรียน ข้อมูลการเดินทางหรือการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน ข้อมูลการสอบและผลสอบ ข้อมูลรายวิชาที่เลือกเรียน รายวิชาตามหลักสูตรที่ศึกษามาแล้ว ข้อมูลคะแนนสอบ ประวัติการอบรม ผลการอบรม ใบรับรองการอบรม การประเมินผลการเรียน พฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม ข้อมูลการเยี่ยมบ้าน ข้อมูลที่บันทึกในสมุดพก (สมุดรายงานประจำตัวนักเรียน) สมุดสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครอง ข้อมูลรายงานพัฒนาการ ผลงาน แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และ/หรือรางวัลที่ได้รับ ข้อมูลการลงโทษ ข้อมูลที่ปรากฏในแบบคำร้องต่างๆ (เช่น วันที่รับเอกสาร คำร้องขอลาพักการเรียน ขอกลับเข้าศึกษาต่อ ขอลาออก ลาป่วย ลากิจ ขอหนังสือรับรองทางการศึกษา ขอเอกสารสำคัญ ขอรับนักเรียนกลับก่อนเวลา ขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนประวัติ แบบแจ้งการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อ แบบฟอร์มนำส่งใบรับรองแพทย์) และเอกสารอื่นใดที่โรงเรียนออกให้ (เช่น Transcript, Certificate) เป็นต้น

  10. ข้อมูลที่กรอกบนระบบโรงเรียน และข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรม เช่น การลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ การทำแบบสำรวจ แบบสอบถาม แบบประเมินความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ และข้อมูลการสำรวจความคิดเห็น

  11. ข้อมูลการโต้ตอบ และข้อมูลการสื่อสาร ข้อความสนทนา และการสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) หรือแอปพลิเคชันสนทนา (เช่น Line, Line Official Account) ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว ความคิดเห็นของท่าน ตลอดระยะเวลาการศึกษา

  12. ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกภาพและ/หรือเสียงผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) ภายในห้องเรียนและบริเวณพื้นที่ของโรงเรียน ได้แก่ ภาพเคลื่อนไหวของนักเรียน บุคคลที่เดินผ่าน หรือบุคคลที่เข้ามาในพื้นที่โรงเรียน เพื่อการรักษาความปลอดภัยและดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน

  13. ข้อมูลที่จัดเก็บโดยอัตโนมัติเมื่อใช้งานระบบเครือข่าย เช่น ข้อมูลบันทึกการจราจรทางคอมพิวเตอร์ (IT Log Files) ประวัติรายการข้อมูลจราจร ข้อมูลการเข้าใช้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน ข้อมูลการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์หรือระบบภายใน (เช่น Insidesatit) บัญชีระบุชื่อล็อกอิน (User Account ID) ข้อมูลรหัสผ่าน (Encrypted Password) หมายเลข IP Address ประเภทของเบราว์เซอร์ วันเวลาที่ล็อกอินและล็อกเอาท์ และข้อมูลอุปกรณ์ (MAC Address) ที่นักเรียนหรือผู้ปกครองใช้ในการเข้าถึงระบบ

โรงเรียนเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวหรือไม่

2.1 โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน ตามแบบฟอร์มการขอความยินยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งโรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ เพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ทั้งนี้ โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และตามวัตถุประสงค์ที่โรงเรียนแจ้งไว้ ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลสุขภาพ เช่น ความพิการ โรคประจำตัว ตาบอดสี ความพร้อมหรือพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจ ความต้องการพิเศษทางการเรียนรู้ (เช่น ภาวะสมาธิสั้น ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้) ผลการตรวจประเมินสภาพจิตใจ (เช่น ภาวะซึมเศร้า ปัญหาหรือความบกพร่องทางจิต) ผลการตรวจร่างกายและตรวจสุขภาพ หมู่โลหิต ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาพยาบาล ประวัติการสร้างภูมิคุ้มกัน ข้อมูลแพทย์ประจำตัวและโรงพยาบาล อาการเจ็บป่วยหรือเหตุผลการลาป่วย ข้อมูลการติดโรคติดต่อหรือโรคระบาด ประวัติการรับวัคซีน ประวัติการแพ้ต่าง ๆ (เช่น แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้ฝุ่นละออง แพ้พิษ) เพื่อประกอบการทำประกัน ดูแลนักเรียนในขณะอยู่ภายในโรงเรียนอย่างเหมาะสม รวมถึงเพื่อการเฝ้าระวัง การดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อภายในโรงเรียน

  2. ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาของนักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อประกอบการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรมที่เหมาะสม รวมถึงเพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านการดูแลนักเรียน

  3. ข้อมูลชีวมาตร (Biometric Data) เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ (Fingerprint) หรือ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า (Face Scan) เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน การบันทึกเวลาเข้า-ออกโรงเรียน การรักษาความปลอดภัย หรือการใช้บริการภายในโรงเรียน

  4. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลในกรณีที่ท่านไม่สามารถให้ความยินยอมได้ และเพื่อเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของท่าน เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

2.2 หากท่านไม่มีความประสงค์ให้โรงเรียนจัดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ท่านสามารถปฏิเสธการประมวลผลได้ในการระบุในแบบฟอร์มการขอความยินยอม หรือแจ้งถอนความยินยอมในภายหลังได้ตลอดเวลาโดยติดต่อ ได้ที่ฝ่ายทะเบียนของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธหรือถอนความยินยอมดังกล่าว อาจส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถให้บริการ จัดการศึกษา ดูแลสวัสดิภาพ หรือดำเนินการตามคำร้องขอของท่านได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่นักเรียนพึงได้รับ

ทั้งนี้ ในกรณีที่ท่านไม่ประสงค์ให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ตามที่ระบุในข้อ 2.1 แต่ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่ท่านได้สมัครใจเปิดเผยไว้ต่อโรงเรียน เช่น เชื้อชาติ ข้อมูลหมู่โลหิต หรือข้อมูลศาสนา และท่านได้ทำการส่งมอบข้อมูลใด ๆ ซึ่งปรากฏข้อมูลที่มีลักษณะเช่นว่านี้ให้แก่โรงเรียนไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบข้อมูลในลักษณะเป็นเอกสาร หรือสื่ออื่นใด โรงเรียนแนะนำให้ท่านเป็นผู้ปกปิดข้อมูลอ่อนไหวเหล่านี้ ด้วยตัวท่านเอง โดยวิธีการขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวท่านเอง โรงเรียนถือว่าท่านได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้โรงเรียนทำการปกปิดข้อมูลเหล่านี้ให้แก่ท่าน และให้ถือว่าข้อมูลที่ท่านส่งมอบมานี้ ซึ่งโรงเรียนได้จัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวให้แก่ท่านแล้วเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ใช้บังคับได้ตามกฎหมายทุกประการ และให้โรงเรียนสามารถนำไปประมวลผลได้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่โรงเรียนไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวแก่ท่านได้เนื่องด้วยปัญหาเชิงเทคนิค หรือปัญหาอื่นใด โรงเรียนจะทำการจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น

โรงเรียนได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากช่องทางไหน

โรงเรียนเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับโรงเรียนโดยตรง หรือผ่านการทำกิจกรรมภายในโรงเรียน

  1. การสมัครเรียนและเอกสารคำร้อง

โรงเรียนได้รับข้อมูลของท่านจากตอนที่ท่านสมัครเรียน สมัครสอบ เข้าทำสัญญา การมอบตัว หรือส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และเมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรม งานอีเว้นท์ที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยรวมถึงขั้นตอนที่ท่านดำเนินการยื่นความประสงค์ กรอกแบบฟอร์ม คำขอ คำร้องต่างๆ (เช่น คำร้องขอรับนักเรียนกลับก่อนเวลา ใบมอบอำนาจรับนักเรียน แบบฟอร์มแจ้งการเจ็บป่วย) และการขอใช้สิทธิต่างๆ กับโรงเรียน

  1. การติดต่อสื่อสารและการดูแลประจำวัน

การติดต่อสื่อสาร สอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือคำติชม ผ่านสมุดพก สมุดรายงานประจำตัวนักเรียน สมุดสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครอง แอปพลิเคชันสนทนา (เช่น Line, Line Official Account) ตลอดจนการติดต่อผ่านทางเว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล ไปรษณีย์ หรือการพบปะกันโดยตรง

  1. การใช้ชีวิตประจำวันและสิ่งอำนวยความสะดวก

การบันทึกเวลาเข้า-ออกโรงเรียน (เช่น การแตะบัตรนักเรียน การสแกนใบหน้า หรือลายนิ้วมือ) การใช้บริการรถรับ-ส่ง การเข้าใช้ห้องพยาบาล รวมถึงข้อมูลที่ได้จากการบันทึกภาพและ/หรือเสียงผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) ภายในห้องเรียนและบริเวณพื้นที่ของโรงเรียน

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนได้รับจากบุคคลที่สาม

โรงเรียนอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนมาจากบุคคลที่สาม เช่น โรงเรียนเดิม สถานรับเลี้ยงเด็ก (Nursery) สถาบันการศึกษา องค์กร หน่วยงานราชการ (เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน - สช.) สถาบันการศึกษาและหน่วยงานพันธมิตรในต่างประเทศ (เช่น Cambridge International School, มหาวิทยาลัย Helsinki) หรือโรงพยาบาลและสถานพยาบาล (ในกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์หรือการประสานงานเรื่องใบรับรองแพทย์) ที่มีสิทธิ หน้าที่ หรือได้รับความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลนักเรียน

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ

ข้อมูลที่ระบบเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติเมื่อท่านเข้าใช้งานระบบเครือข่ายและแพลตฟอร์มของโรงเรียน (เช่น ระบบ Insidesatit, ระบบจัดการอุปกรณ์ iPad, ข้อมูล IT Logs) รวมถึงผ่านช่องทางเว็บไซต์ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน (รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดู นโยบายการใช้คุกกี้)

วิธีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้เยาว์ (นักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา)

เนื่องจากนักเรียนของโรงเรียนในระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา เป็นผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี หรือเป็นผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การขอความยินยอมใดๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนนักเรียน โรงเรียนจึงมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

4.1 สำหรับนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี

ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องอาศัยฐานความยินยอม (เช่น การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หรือการนำภาพถ่ายไปประชาสัมพันธ์) โรงเรียนจะขอความยินยอมจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ใช้อำนาจปกครองโดยตรงเสมอ

4.2 สำหรับนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป (แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)

โรงเรียนอาจประมวลผลข้อมูลโดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสูงสุด ซึ่งนักเรียนสามารถให้ข้อมูลหรือให้ความยินยอมได้ด้วยตนเอง เฉพาะในกิจกรรมที่โรงเรียนพิจารณาแล้วว่า เป็นการกระทำที่สมแก่ฐานานุรูป เหมาะสมกับวัย และเป็นประโยชน์แก่นักเรียนอย่างแท้จริง (เช่น การทำกิจกรรมการเรียนการสอนปกติ) อย่างไรก็ตาม หากเป็นกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการศึกษา หรือเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความยินยอมตามกฎหมายและไม่อยู่ในข้อยกเว้นดังกล่าว (เช่น การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว หรือการใช้ภาพถ่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์กิจการของโรงเรียน) โรงเรียนจะขอความยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครองโดยตรงเช่นกัน

4.3 การเป็นผู้แทนในการดำเนินการทางกฎหมายและสัญญา

ในขั้นตอนการสมัครเรียน การมอบตัว การทำสัญญา (รวมถึงข้อตกลงและหนังสือให้ความยินยอมเกี่ยวกับการชำระเงินหรือค่าใช้จ่าย) หรือการยื่นเอกสารสำคัญต่างๆ ของโรงเรียน โรงเรียนกำหนดให้บุคคลผู้มีอำนาจปกครองเป็นผู้ดำเนินการ กรอกข้อมูล และลงนามในเอกสารคำขอ คำร้องต่างๆ แทนนักเรียนเท่านั้น

4.4 ความสุจริตในการรับข้อมูล

โรงเรียนเชื่อโดยสุจริตว่า ข้อมูลที่โรงเรียนได้รับจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ใช้อำนาจปกครอง เป็นข้อมูลที่ถูกต้องโรงเรียนมีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ และบุคคลเหล่านั้นมีสิทธิตามกฎหมายในการให้ข้อมูลและเปิดเผยให้แก่โรงเรียน

โรงเรียนใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

ลำดับ วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมาย
(1) เพื่อส่งข้อมูล กิจกรรม แจ้งข่าวสาร ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การประชาสัมพันธ์กิจการ โครงการของโรงเรียน ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(2) การเก็บบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้อาหารและแพ้ยา เพื่อใช้ในการจัดอาหารสำหรับนักเรียนที่มีภาวะแพ้อาหาร การบันทึกความต้องการพิเศษทางการเรียนรู้ สภาพจิตใจ การให้คำปรึกษาและการดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับการดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน และการตรวจสุขภาพ การจัดทำรายงานการตรวจสุขภาพนักเรียนประจำปี การพิจารณาการรับวัคซีน (รวมถึงวัคซีนมะเร็งปากมดลูก) รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญา การรับผลการตรวจ จัดทำทะเบียน การบริหารจัดการด้านประกันภัย(ประกันอุบัติเหตุ/สุขภาพ/การเดินทาง) และเพื่อใช้ประกอบการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการบันทึกและส่งมอบข้อมูลโรคติดต่อแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) / ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)
(3) การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา เพื่อประกอบการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรมที่เหมาะสม ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent)
(4) เพื่อประมวลผลตามคำขอของท่าน การติดต่อสอบถาม การนัดหมาย หรือยืนยันข้อมูล การตรวจสอบประวัติการศึกษา เพื่อยืนยันความถูกต้อง ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร คัดกรองบุคคลให้ตรงกับมาตรฐานของสถานศึกษา และเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ใช้ในการยืนยันหรือระบุตัวตนของนักเรียนก่อนเข้าเรียน ก่อนเข้าสอบ ก่อนการสมัครเรียน สมัครเข้าร่วมกิจกรรม การสมัครสอบ หรือการเข้าร่วม Open house ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(5) เพื่อการจัดทำฐานข้อมูลของนักเรียนในระบบ (เช่น ระบบ School Management) และเพื่อประมวลผลในขั้นตอนการลงทะเบียนการสมัครเรียน ลงทะเบียนสอบ สมัครเข้าร่วมโครงการที่โรงเรียนจัดขึ้น ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(6) เพื่อบ่งชี้ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน วิเคราะห์ ความคืบหน้าของการเรียน การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การประเมินความสามารถด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน การบันทึกและการเผยแพร่รายงานพัฒนาการของนักเรียนเป็นรายบุคคลผ่านช่องทางที่มีความปลอดภัยและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง (เช่น สมุดพก, ปพ.6 หรือระบบสารสนเทศของโรงเรียน) การประเมินผลการเรียน และดำเนินการแนะนำแจ้งผลคะแนน รางวัลที่ได้รับ และเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศึกษา รวมถึงหลักสูตรระดับสากล (เช่น หลักสูตรแกนกลางผสานหลักสูตร Cambridge, หลักสูตรจากมหาวิทยาลัย Helsinki) การจัดทำไฟล์รายชื่อและจัดกลุ่มนักเรียน (เช่น ระบบ House System) รวมถึงการแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองและนักเรียน ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(7) เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้ปกครองหรือผู้เรียนซักถาม การให้คำแนะนำที่เหมาะสม รวมถึงการแก้ไขข้อบกพร่องและปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่นักเรียนอยู่ในความดูแลของโรงเรียน ตลอดจนการส่งเสริมการสื่อสารระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองผ่านสมุดสื่อสารและแอปพลิเคชันสนทนา (เช่น Line) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(8) เพื่อบันทึกข้อมูลผลการเรียน การเทียบโอนผลการเรียน การออกหนังสือรับรองทางการศึกษา (เช่น ปพ.1, ปพ.3, ปพ.7, Transcript, Certificate) จัดทำฐานข้อมูลนักเรียนในทะเบียน การบันทึกข้อมูลนักเรียนที่จบการศึกษาหรือลาออก และจัดทำหลักฐานการสำเร็จการศึกษาของนักเรียน ฐานภารกิจของรัฐ / ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(9) เพื่อการจัดการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญา เช่น การออกบัตรนักเรียน การประสานงานสมาคมรถตู้รับ-ส่งนักเรียนโรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา การจัดการเกี่ยวกับการมอบอำนาจรับนักเรียนและการขออนุญาตรับกลับก่อนเวลา การจัดซื้อตั๋วเครื่องบินและประกันการเดินทางสำหรับการทัศนศึกษา การจัดการเรียนการสอนตาม หลักสูตรระดับสากล (Cambridge, Helsinki) การจัดการและประสานงานโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ (เช่น BISAL) สถาบันกีฬา และการจัดการและการประสานงานกับวิทยากรภายนอก การจัดหาหอพักสำหรับนักเรียน การจัดการสิทธิการเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนในช่วงเวลาเรียน (เช่น ระบบ Jamf) การจัดการข้อมูลการใช้หนังสือ ตำราเรียน การช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่ของนักเรียน การตรวจสอบการมาเรียนและติดตามการลาหยุด การบันทึกพฤติกรรม การเฝ้าสังเกตอุปนิสัย การเยี่ยมบ้าน การใช้เครื่องมือหลักที่ช่วยให้ครูและสถานศึกษา สามารถสนับสนุนการติดตาม พัฒนา และดูแลสุขภาวะทางจิตใจของนักเรียน และสามารถดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อแจ้งผู้ปกครอง ตลอดจนการดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของโรงเรียนในการให้บริการทางการศึกษาและการดูแลนักเรียน ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(10) เพื่อดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน การคืนเงิน การออกใบสำคัญรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบแจ้งการชำระเงิน (Bill Payment) ใบกำกับภาษี ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
(11) การรับเรื่องร้องเรียน รับข้อเสนอแนะ ติดต่อสื่อสาร การทำแบบสอบถาม การแนะแนว การสำรวจความเห็น การดำเนินการตามคำร้องขอที่ท่านกรอกในแบบฟอร์มขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนประวัตินักเรียน เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ขอลาพักการเรียน ลาป่วย ลากิจ ขอกลับเข้าศึกษาต่อ ขอลาออก ขอมีสิทธิ์สอบ ขอแก้ไขการประเมินผลการเรียน ขอเอกสารสำคัญ และเพื่อเป็นหลักฐานการรับเอกสาร เป็นต้น ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(12) เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียก คำสั่งศาล หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล รวมถึงการจัดส่งข้อมูล การรายงานผลการประเมิน การรายงานการจัดกิจกรรม และการแจ้งหรือขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการทัศนศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ (เช่น ระบบงานทะเบียนสำหรับโรงเรียนเอกชน - สช.) หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
(13) เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโรงเรียน ในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย เช่น การสอบสวน การไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี (รวมถึงการแต่งตั้งทนายความภายนอก) และ/หรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้น ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(14) เพื่อการเรียกเก็บเงิน หรือหนี้ที่ค้างชำระ การเข้าทำธุรกรรม การดำเนินการรับชำระเงิน จัดการกับข้อเรียกร้องและข้อพิพาท การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การใช้สิทธิ์ หรือการโต้แย้งข้อเรียกร้องทางกฎหมาย ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมาย ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(15) เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจการของโรงเรียนอันสมควร เช่น การจัดทำสถิติ การตรวจสอบความประพฤติ การรายงาน การควบคุมหรือบริหารความเสี่ยง การวิเคราะห์และวางแผนแนวโน้ม การดำเนินการในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) การปฏิบัติตามระเบียบและกระบวนการจัดส่งเอกสารของโรงเรียน กับ โรงเรียนในเครือ (โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา) หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(16) การบริหารจัดการด้านการป้องกัน มาตรการบรรเทาอุบัติเหตุและอุบัติภัย การดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง การแลกบัตรผู้มาติดต่อ การบันทึกเวลาเข้า-ออกโรงเรียน รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของโรงเรียนไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าออกเขตหวงห้าม หรือพื้นที่ความมั่นคงปลอดภัย (เช่น ห้อง Server / Data Center) การตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สิน รวมถึงเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรมหรืออุบัติเหตุ (รวมถึงการใช้งานข้อมูลชีวมาตร เช่น สแกนใบหน้า หรือลายนิ้วมือ) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม / ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent เฉพาะกรณีข้อมูลชีวมาตร)
(17) เพื่อการสัมภาษณ์ การคัดเลือกผู้ที่จะได้รับทุนหรือผู้ที่จะผ่านเข้าร่วมโครงการที่โรงเรียนกำหนดขึ้น การคัดกรองประวัติ การติดต่อ เพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการสมัครเข้าร่วมโครงการ และการพิจารณาให้ทุน ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(18) เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล การบันทึกวีดีโอการแนะนำตัว การประเมินและให้คะแนน เพื่อการพิจารณาให้ทุน หรือเพื่อการพิจารณาคุณสมบัตินักเรียน ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(19) เพื่อเป็นหลักฐานและการจัดทำข้อมูลประกอบในการขอรับรางวัล การประกวด การขอรับรองมาตรฐาน หรือการดำเนินกิจการใดที่จำเป็นในนามโรงเรียน หรือเป็นหลักฐานประกอบการนำเสนอผลงานของคุณครูและโรงเรียน ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(20) การถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ที่ไม่ใช่ลักษณะการถ่ายภาพเจาะจง (ภาพรวมบรรยากาศการจัดกิจกรรม งานนิทรรศการ บรรยากาศการเรียน การจัดอบรม ประชุม) เพื่อวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร เผยแพร่ ประกาศให้บุคคลอื่นทราบ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของโรงเรียนผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของโรงเรียน ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(21) การบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง การใช้ชื่อ-นามสกุล และผลงานของนักเรียน ในกรณีที่โรงเรียนตกลงว่าจ้างนักเรียนเป็นกรณีพิเศษ (เช่น เป็นนักแสดง นางแบบ นายแบบ พรีเซนเตอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ของโรงเรียน) เพื่อใช้ในสื่อโฆษณาและการตลาดเชิงพาณิชย์ โดยมีการจัดทำ "สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ" แยกต่างหากและมีการจ่ายค่าตอบแทน (ค่าจ้าง) ให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนอย่างชัดเจน ฐานการปฏิบัติตามสัญญา
(22) การสัมภาษณ์นักเรียน การถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ในลักษณะเจาะจง หรือเป็นภาพถ่ายเฉพาะบุคคล หรือการใช้ชื่อ-นามสกุล และผลงาน ความสำเร็จของนักเรียน เพื่อประกอบภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว (รวมถึงวิดีโอประชาสัมพันธ์) เพื่อนำไปใช้ในกิจการของโรงเรียนตามความเหมาะสม เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงในที่สาธารณชน ฐานความยินยอม
(23) การถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ในกรณีที่เป็นการบันทึกภาพถ่ายสำคัญ เนื่องจากเป็นผู้โชคดีในการรับรางวัล หรือเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลใด ๆ ในการจัดกิจกรรม งานนิทรรศการ ที่โรงเรียนแจ้งเงื่อนไขข้อผูกพันก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร และเผยแพร่ ฐานการปฏิบัติตามสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(24) การนำส่งโรงพยาบาล กรณีเหตุฉุกเฉินหรืออันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เพื่อการป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ในกรณีที่นักเรียนไม่สามารถให้ความยินยอมได้ การประมวลผลข้อมูลสุขภาพเพื่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การนำนักเรียนส่งโรงพยาบาลในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน จำเป็น หรือภยันตรายถึงชีวิต ฐานป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest)
(25) เพื่อการบริหารจัดการระบบและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การทดสอบระบบปฏิบัติการและระบบสารสนเทศ การจัดสรรบัญชีผู้ใช้งานระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโรงเรียน (เช่น Wi-Fi, VPN, ระบบ Insidesatit) การเฝ้าระวังประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และการดำเนินการจัดเก็บและเก็บบันทึกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log File) เพื่อการระบุตัวตน ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานระบบ เฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ และส่งข้อมูลแก่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามหน้าที่ภายใต้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
(26) การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลความถนัด ความสามารถในด้านต่าง ๆ และผลการประเมินเชิงจิตวิทยาหรือแบบทดสอบเฉพาะทาง เพื่อนำมาใช้ในการคาดการณ์ วางแผน หรือแนะนำแนวทางการศึกษา (Educational Pathway) ที่เหมาะสมให้กับนักเรียนเป็นรายบุคคล ฐานความยินยอม

ผลกระทบหากไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (เหตุใดโรงเรียนจึงต้องเก็บข้อมูล)

โรงเรียนมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ท่านสมัครเรียน สมัครสอบ เข้าร่วมกิจกรรม หรือระหว่างที่นักเรียนศึกษาอยู่ในโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนต้องใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา การจัดสวัสดิการและการดูแลความปลอดภัย การส่งข้อมูลให้หน่วยงานของรัฐเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาของนักเรียนโดยตรงโดยหาก ผู้ปกครองหรือนักเรียนไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าวแก่โรงเรียน อาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของโรงเรียนตามกฎหมาย หรืออาจทำให้โรงเรียนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา การดูแลสวัสดิภาพ หรือการให้บริการได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ และในบางกรณี โรงเรียนอาจไม่สามารถอนุญาตให้ลงทะเบียนเรียน หรือมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการให้บริการบางประการ หรือแจ้งข้อจำกัดอันเกิดจากการไม่ได้รับข้อมูลที่จำเป็นนั้น

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่โรงเรียนขอความยินยอม (เช่น การใช้ภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวบางประเภท) ผู้ปกครองในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองมีความเป็นอิสระในการให้ความยินยอม โดยโรงเรียนจะไม่นำการให้ความยินยอมดังกล่าวมากำหนดเป็นเงื่อนไขในการให้บริการหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหลัก และผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ว่าโรงเรียนจะใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้หรือที่ได้รับความยินยอมเท่านั้น

ทั้งนี้ โปรดทราบว่าแม้การให้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวบางประเภท (เช่น ประวัติการแพ้อาหารรุนแรง โรคประจำตัว หรือข้อมูลเพื่อการปฐมพยาบาล) จะอาศัยฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง แต่หากผู้ปกครองปฏิเสธการให้ข้อมูลดังกล่าว โรงเรียนอาจไม่สามารถจัดสรรการดูแลด้านสุขภาพ สวัสดิภาพ หรือรับรองความปลอดภัยให้แก่นักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวนักเรียนในขณะที่อยู่ในความดูแลของโรงเรียน

ในกรณีที่โรงเรียนมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปกครองและนักเรียนในลักษณะ หรือวัตถุประสงค์ใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับที่ได้แจ้งไว้ โรงเรียนจะจัดให้มีประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางการสื่อสารของโรงเรียน เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน อีเมล หรือช่องทางอื่นใดที่เหมาะสม เพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าวและขอความยินยอมใหม่

โรงเรียนแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ปกครองให้บุคคล/หน่วยงานภายนอกหรือไม่

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 5 โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผย ส่งต่อ หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามฐานทางกฎหมาย โดยโรงเรียนจะจัดให้มีมาตรการปกป้องข้อมูลอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ โรงเรียนอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนหรือผู้ปกครองต่อบุคคล หรือองค์กร ดังต่อไปนี้

7.1 บริษัทผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนในเครือ ที่มีความเกี่ยวข้อง และบริหารงานโดยใช้มาตรฐานเดียวกัน

เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ การรับสมัครนักเรียน การประเมินผล การทำกิจกรรมร่วมกัน และการบริหารสถานศึกษาให้มีมาตรฐานเดียวกัน โรงเรียนอาจมีการเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล ระหว่าง โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา กับ โรงเรียนสาธิตพัฒนา รวมถึง บริษัท เลิร์น สาธิตพัฒนา จำกัด (ผู้รับใบอนุญาต), บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

7.2 ผู้ให้บริการ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม (Joint Controller) และพันธมิตรทางธุรกิจ

โรงเรียนอาจว่าจ้างหรือร่วมมือกับบุคคลภายนอกให้ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม หรือให้บริการต่าง ๆ แก่โรงเรียน เช่น

  1. บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ที่ให้บริการระบบสนับสนุนและบริการส่วนกลาง (Shared Services) ให้กับโรงเรียน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง บัญชีการเงิน บริการด้านกฎหมาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล งานตรวจสอบ และบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

  2. ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและคลาวด์ (IT & Cloud Service), บริการระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ (เช่น ระบบ Jamf, ระบบ Insidesatit)

  3. ผู้ให้บริการระบบรับสมัครและจัดสอบ แพลตฟอร์มการทดสอบความรู้ องค์กรที่พิจารณาออกใบอนุญาตหรือใบรับรอง

  4. ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงิน (Payment Gateway), การตรวจสอบทางบัญชี, หรือที่ปรึกษากฎหมาย/ทนายความ

  5. ผู้ให้บริการระบบการสื่อสาร (เช่น LINE, SMS), เอเจนซี่โฆษณาและการตลาดออนไลน์ (Marketing Agency)

  6. รถตู้รับ-ส่งนักเรียน เพื่อการจัดการเดินทางรับส่งนักเรียนไปกลับ ระหว่างบ้านกับโรงเรียนรวมถึง เพื่อการเดินทางทัศนศึกษา ทำกิจกรรมภายนอกโรงเรียน

  7. สถาบันการศึกษา พันธมิตร หรือหน่วยงานระดับสากล (เช่น มหาวิทยาลัย Helsinki, สถาบัน Cambridge, สถาบันกีฬา, ผู้จัดการแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น BISAL) และหน่วยงานโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน เพื่อการดำเนินโครงการและการศึกษา

  8. พันธมิตรทางธุรกิจและผู้จัดกิจกรรมภายนอก (Event Organizer), วิทยากรภายนอก, ผู้ให้บริการการจัดกิจกรรม งาน Open House หรือ School Visit รวมถึงพันธมิตรผู้ให้คำแนะนำด้านการศึกษาหรือการตลาด

  9. บริษัทประกันภัย และโรงพยาบาลคู่สัญญา (รวมถึงคลินิก หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ) เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ การบริหารจัดการด้านประกันภัย และกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

  10. ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด (CCTV)

7.3 หน่วยงานราชการและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

โรงเรียนจะเปิดเผยข้อมูลเมื่อมีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเมื่อได้รับคำสั่งจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศาล, กรมควบคุมโรค หรือหน่วยงานสาธารณสุข (เช่น กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุข), รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานทูต/สถานกงสุล (เฉพาะกรณีที่โรงเรียนจำเป็นต้องออกเอกสารรับรองเพื่อประกอบการขอวีซ่าของนักเรียนต่างชาติ)

7.4 สาธารณชนและสื่อมวลชน

โรงเรียนอาจมีการเปิดเผยข้อมูลผ่านสาธารณชนทั่วไปผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ (เช่น เว็บไซต์ของโรงเรียน, สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook, Instagram, LINE, TikTok, YouTube, Twitter รวมถึง บอร์ดประกาศภายในโรงเรียน หรือสื่อสิ่งพิมพ์) โดยโรงเรียนอาจมีการเปิดเผยภาพถ่าย วิดีโอ หรือรายชื่อนักเรียนที่สอบผ่านการคัดเลือก เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ บันทึกภาพบรรยากาศกิจกรรม การแสดงความยินดี หรือรวมถึงการสื่อสารในกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองเป็นการเฉพาะ (เช่น กลุ่มแอปพลิเคชันสนทนาประจำชั้นเรียน) ทั้งนี้ การเปิดเผยลักษณะนี้จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขการขอความยินยอมจากท่านตามที่ระบุในข้อ 5)

7.5 บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกอื่น ๆ

โรงเรียนอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคล นิติบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานอื่นใดที่มีความเกี่ยวข้องและมีความจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลเพื่อการดำเนินกิจการของโรงเรียน การให้บริการทางการศึกษา การจัดกิจกรรม หรือการดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน ตลอดจนตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจของท่าน หรือบุคคลอื่นใดที่ท่านได้มีความประสงค์และให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

7.6 การดำเนินงานร่วมกับผู้ให้บริการทางการศึกษาอื่น

โรงเรียนได้ร่วมกับผู้ให้บริการทางการศึกษาอื่น ๆ หรืออาจจัดโครงการพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ตลอดจนหลักสูตรเฉพาะที่จะสามารถพัฒนานักเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีการเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้ให้บริการเหล่านั้น เช่น

  1. ผู้ให้บริการหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน Cambridge (CAIE)

  2. การพัฒนาความร่วมมือทางด้านบุคลากรร่วมกับอาจารย์จากสถาบันออนดีมานด์ ในเครือ บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

  3. สถาบันที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการ IDP (Individual Development Plan) เพื่อออกแบบแผนการเรียนตามเป้าหมายการเรียนรายบุคคล

  4. การเชื่อมต่อการเรียนการสอนกับบัญชีหรือแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ เช่น สถาบันกวดวิชาออนดีมานด์ สถาบันกวดวิชาอิกไนท์ เอ็ดดูเคชั่น สถาบัน Code Genius และ TCASter เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษา เป้าหมาย และกลยุทธ์ที่โรงเรียนประกาศกำหนด ซึ่งข้อมูลที่โรงเรียนแบ่งปันกับบุคคลภายนอกตามวัตถุประสงค์ข้างต้น จะถูกนำไปใช้และแบ่งปันตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้เท่านั้น ในกรณีที่บริการของผู้ให้บริการอื่น ๆ หรือบริการที่โรงเรียนร่วมกับผู้ให้บริการอื่นนั้น มีลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก โรงเรียนขอให้นักเรียนและผู้ปกครองตรวจสอบเงื่อนไขการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและการขอความยินยอมด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากการที่บุคคลภายนอกเหล่านั้นเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเองโดยตรง โรงเรียนจะไม่สามารถรับผิดชอบในความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัวของข้อมูลใด ๆ ที่เก็บรวบรวมโดยเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกดังกล่าวได้ นักเรียนและผู้ปกครองควรตรวจสอบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกเหล่านั้นให้ละเอียดก่อนการใช้บริการ

8. โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ปกครองไปต่างประเทศหรือไม่

8.1 ในการดำเนินงานและการบริหารจัดการของโรงเรียน โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เช่น

  1. โรงเรียนอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลาวด์ (Cloud Storage) ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการภายนอก (เช่น ระบบ Google Workspace, แพลตฟอร์มระบบรับสมัครสอบ หรือระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า CRM)

  2. การใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการภายนอกในรูปแบบของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Software as a Service - SaaS) และรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูป (Platform as a Service - PaaS) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งผู้ให้บริการหรือเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศ

  3. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคล หรือสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ (เช่น การจัดส่งข้อมูลเพื่อประเมินผลตามหลักสูตร Cambridge, การประสานงานกับมหาวิทยาลัย Helsinki, การส่งรายชื่อเพื่อร่วมแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ หรือโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน)

  4. การติดต่อประสานงานกับสถานทูต หรือสถานกงสุล (เฉพาะกรณีที่จำเป็นต้องประสานงานเรื่องเอกสารวีซ่าสำหรับการสอบของนักเรียนต่างชาติ)

ในกรณีดังกล่าว โรงเรียนจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และกระบวนการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยโรงเรียนจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ และจะกำหนดให้ผู้ให้บริการเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

8.2 ข้อยกเว้นกรณีการส่งข้อมูลไปยังประเทศที่มีมาตรฐานไม่เพียงพอ

ในกรณีที่ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด โรงเรียนอาจยังคงส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศได้ ภายใต้ข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด หรือในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ได้รับความยินยอมจากท่าน โดยท่านได้รับทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลแล้ว (2) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น (เช่น การดำเนินการเพื่อรับสมัครสอบประเมินผล) (3) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างโรงเรียนกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านเอง (4) เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (5) เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เมื่อท่านไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ หรือ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

8.3 มาตรการปกป้องข้อมูล

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ โรงเรียนจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด และใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองในระดับที่เพียงพอ และท่านสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามกฎหมาย รวมถึงโรงเรียนจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลในต่างประเทศมีมาตรการปกป้องข้อมูลอย่างเหมาะสม ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

9. โรงเรียนเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ปกครองไว้นานเท่าไหร่

โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควร เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของโรงเรียน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ (ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปกครองมีความเชื่อมโยงและเป็นส่วนประกอบสำคัญในการดูแลนักเรียน โรงเรียนจึงจะจัดเก็บรักษาข้อมูลของผู้ปกครองไว้ตามระยะเวลาเดียวกับข้อมูลของนักเรียน เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น) โดยมีรายละเอียดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล แบ่งได้ดังนี้

9.1 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลการศึกษาทั่วไปและการให้บริการ

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของท่าน (ผู้ปกครอง) และนักเรียนที่ประมวลผลในระหว่างการศึกษา รวมถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับการประเมินผลย่อย กระดาษคำตอบ แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ชิ้นงานนักเรียน บันทึกการมาเรียนและการลาหยุด บันทึกพฤติกรรมและการลงโทษทางวินัย สมุดสื่อสาร ข้อมูลการใช้บริการรถรับ-ส่ง แบบคำร้องทั่วไป ข้อมูลการสัมภาษณ์และการพิจารณาทุนการศึกษา ข้อมูลจากแบบสำรวจความพึงพอใจ ข้อมูลเรื่องร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะ และประวัติการเข้าร่วมกิจกรรม (ที่ไม่ใช่เอกสารสำคัญทางการศึกษาที่ต้องจัดเก็บถาวร) โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ ตลอดระยะเวลาที่นักเรียนมีสถานภาพเป็นนักเรียนของโรงเรียนจนจบการศึกษา และจะจัดเก็บต่อเนื่องไปอีก 5 (ห้า) ปี นับถัดจากปีที่นักเรียนจบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง หรือเพื่อดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน

9.2 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวกับสัญญา

สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญาชำระเงิน และข้อมูลหนี้ที่ค้างชำระ (ซึ่งรวมถึงข้อมูลของผู้ปกครอง) โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ ตลอดระยะเวลาที่มีการทำธุรกรรม หรือตลอดระยะเวลาที่นักเรียนมีสถานภาพเป็นนักเรียน และจะจัดเก็บต่อเนื่องไปอีก 10 (สิบ) ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดความสัมพันธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการบัญชี ภาษีอากร รวมถึงเพื่อการก่อตั้งสิทธิ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย และอายุความการฟ้องร้องตามสัญญาหรืออายุความทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

9.3 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Logs) และอาคารสถานที่

เพื่อการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีและกายภาพ โรงเรียนจะจัดเก็บข้อมูลดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลภาพและเสียงจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เก็บรักษาเป็นระยะเวลา 90 (เก้าสิบ) วัน (ขึ้นอยู่กับระบบการบันทึกทับของอุปกรณ์) เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการทางกฎหมาย

  2. ข้อมูลประวัติการจราจรทางคอมพิวเตอร์ (IT Logs) เก็บรักษาเป็นระยะเวลา 2 (สอง) ปี เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

  3. บัญชีผู้ใช้งานระบบสารสนเทศ (เช่น Apple ID, Insidesatit, Wi-Fi) โรงเรียนจะดำเนินการปิดการเข้าถึงและลบหรือทำลายข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน ภายในระยะเวลา 120 (หนึ่งร้อยยี่สิบ) วัน นับถัดจากวันที่นักเรียนพ้นสภาพการเป็นนักเรียน

  4. ข้อมูลผู้มาติดต่อ (Visitor Logs) และการแลกบัตร โรงเรียนจะเก็บรักษารายชื่อผู้ติดต่อ พร้อมบันทึกเวลาเข้า-ออก และสำเนาเอกสารยืนยันตัวตน (ถ้ามี) ไว้เป็นระยะเวลา 5 (ห้า) ปี นับถัดจากปีที่ได้รับข้อมูลจากท่าน

9.4 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data)

  1. ข้อมูลชีวมาตร (Biometric Data) (เช่น สแกนใบหน้า หรือลายนิ้วมือ) ที่ใช้เพื่อการเข้า-ออกสถานที่ โรงเรียนจะดำเนินการลบหรือทำลาย เมื่อพ้นระยะเวลา 3 (สาม) เดือน นับถัดจากเดือนที่นักเรียนจบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน

  2. ข้อมูลสุขภาพ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้อาหาร และประวัติการรักษาพยาบาล โรงเรียนจะเก็บรักษาไว้ตลอดระยะเวลาที่นักเรียนมีสถานภาพเป็นนักเรียน และจะจัดเก็บต่อเนื่องไปอีก 10 (สิบ) ปี (เพื่อให้สอดคล้องกับอายุความทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) นับถัดจากปีที่พ้นสภาพการเป็นนักเรียน เพื่อประโยชน์ในการปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเป็นหลักฐานกรณีเกิดข้อพิพาทด้านอุบัติเหตุและสวัสดิภาพ

  3. กรณีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่ปรากฏอยู่บนสำเนาเอกสารยืนยันตัวตน (เช่น ศาสนา หรือหมู่โลหิต บนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน) ซึ่งจัดเก็บเพื่อการระบุตัวตน โรงเรียนจะจัดเก็บเอกสารดังกล่าวไว้ตามระยะเวลาของเอกสารหลัก (ตามข้อ 9.1) และจะถูกทำลายพร้อมกับเอกสารนั้น ๆ

9.5 การจัดการข้อมูลที่ประมวลผลโดยอาศัยฐานความยินยอม (Consent)

ข้อมูลที่ได้จากการขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง (เช่น การแจ้งข้อมูลข่าวสารทางการตลาด หรือการใช้ภาพถ่าย/วิดีโอเพื่อการประชาสัมพันธ์) โรงเรียนจะเก็บรักษาและประมวลผลข้อมูลไว้ จนกว่าท่านจะแจ้งขอเพิกถอนความยินยอม ทั้งนี้ เมื่อท่านแจ้งเพิกถอนความยินยอม โรงเรียนจะยุติการประมวลผลและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในทันทีที่ทำได้ตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรักษา "บันทึกประวัติและหลักฐานการขอเพิกถอนความยินยอม" ไว้เป็นระยะเวลาสูงสุด 10 (สิบ) ปี เพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมายในการพิสูจน์ความโปร่งใสและการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น ภาพถ่าย หรือรายชื่อ) ได้ถูกนำไปตีพิมพ์ เผยแพร่ หรือผลิตซ้ำในสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้แจกจ่ายออกไปแล้ว (เช่น วารสารโรงเรียน, หนังสือรุ่น Yearbook, เอกสารวิชาการ) หรือในทะเบียนศิษย์เก่า รวมถึงการเผยแพร่ผ่านช่องทางสาธารณะที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของโรงเรียนก่อนการถอนความยินยอมหรือการใช้สิทธิคัดค้าน โรงเรียนขอสงวนสิทธิในการไม่ดำเนินการลบ ทำลาย หรือเรียกคืนข้อมูลจากสื่อเหล่านั้น เนื่องจากเป็นข้อจำกัดทางเทคนิคและทางปฏิบัติ แต่โรงเรียนจะระงับการผลิตซ้ำหรือการนำไปใช้ใหม่ในอนาคต

9.6 ข้อมูลที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นการถาวร (Permanent Retention)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บโดยใช้ฐานภารกิจของรัฐ (Public Task) หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา รวมถึงเอกสารหลักฐานสำคัญทางการศึกษา โรงเรียนมีความจำเป็นต้อง จัดเก็บไว้เป็นการถาวร และไม่สามารถลบหรือทำลายได้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานและเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโรงเรียน ตลอดจนเพื่อการปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โดยอาจรวมถึงเอกสารหรือข้อมูลดังต่อไปนี้

  1. ระเบียนแสดงผลการเรียน ข้อมูลการเทียบโอนผลการเรียน และเอกสารตรวจสอบวุฒิการศึกษา (เช่น ปพ.1)

  2. แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (เช่น ปพ.3)

  3. สมุดรายงานผลการพัฒนาผู้เรียน ข้อมูลเกรด ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และผลการเรียนรวบยอดประจำภาคหรือประจำปีการศึกษา (เช่น ปพ.6)

  4. ฐานข้อมูลทะเบียนประวัตินักเรียน ข้อมูลการลงทะเบียนเรียน ไฟล์รายชื่อนักเรียน (รวมถึงระบบ House System) และหลักฐานทางการศึกษาอื่น ๆ ที่กฎหมายหรือหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น สช.) กำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานอย่างถาวร

  5. เอกสารหลักฐานอื่นใด หรือบันทึกข้อมูลทางสวัสดิภาพและสุขภาพที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องจัดเก็บรวมเป็นส่วนหนึ่งของระเบียนประวัติ เพื่อการปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนดของหน่วยงานที่กำกับดูแล

9.7 ข้อยกเว้นกรณีข้อพิพาทและกระบวนการทางกฎหมาย

ในกรณีที่มีข้อพิพาท การดำเนินการทางศาล หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับท่าน โรงเรียนขอสงวนสิทธิในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เกี่ยวข้องต่อไป จนกว่ากระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุดอย่างถึงที่สุด และจะเก็บต่อไปตามระยะเวลาบังคับคดีที่กฎหมายกำหนด

9.8 การดำเนินการเมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ

เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาที่กำหนดไว้ในแต่ละหมวด หรือเมื่อโรงเรียนไม่มีสิทธิหรือไม่สามารถอ้างฐานทางกฎหมายในการประมวลผลได้แล้ว โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ (Anonymization) อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

9.9 ข้อจำกัดกรณีข้อมูลถูกส่งต่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น (Data Shared with External Controllers) ในกรณีที่โรงเรียนได้เปิดเผย ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก องค์กรระหว่างประเทศ หรือสถาบันในต่างประเทศ ที่มีสถานะเป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) แยกต่างหาก หรือ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม (Joint Controller) (เช่น สถาบัน Cambridge, มหาวิทยาลัย Helsinki, ผู้จัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ หรือหน่วยงานราชการ) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ การเก็บรักษา การลบ หรือการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะอยู่ภายใต้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และระยะเวลาการจัดเก็บของหน่วยงานปลายทางนั้น ๆ ทั้งนี้ โรงเรียนไม่สามารถบังคับหรือดำเนินการลบ ทำลาย ข้อมูลที่อยู่นอกเหนือระบบการควบคุมของโรงเรียน หรือข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในระบบของหน่วยงานดังกล่าวได้ โดยท่านอาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการติดต่อเพื่อขอใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลกับหน่วยงานปลายทางเหล่านั้นโดยตรง

10. นักเรียนและผู้ปกครองมีสิทธิ์ใดบ้างตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่านและนักเรียนอย่างสูงสุด โดยภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่าน (ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองที่กระทำการแทนนักเรียนซึ่งเป็นผู้เยาว์) มีสิทธิในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและนักเรียน ดังต่อไปนี้

1) สิทธิขอเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent): หากท่านได้ให้ความยินยอมแก่โรงเรียนในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือนักเรียน (เช่น การอนุญาตให้ใช้ภาพถ่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ หรือการให้ข้อมูลสุขภาพ/การแพ้อาหารเพื่อการดูแลสวัสดิภาพ) ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่กับโรงเรียน

ผลกระทบ: การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ได้กระทำไปแล้วโดยชอบ อย่างไรก็ตาม หากท่านถอนความยินยอมในข้อมูลที่จำเป็น อาจส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถให้บริการ หรืออำนวยความสะดวกแก่ท่านและนักเรียนได้อย่างสมบูรณ์ เช่น หากท่านถอนความยินยอมเรื่องข้อมูลสุขภาพ โรงเรียนอาจไม่สามารถจัดเตรียมอาหารพิเศษหรือดูแลสวัสดิภาพของนักเรียนกรณีฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม หรืออาจทำให้ท่านพลาดข่าวสารและสิทธิประโยชน์จากโรงเรียน

2) สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (Right to Access): ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือของนักเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียน รวมถึงขอให้โรงเรียนเปิดเผยว่าโรงเรียนได้รับข้อมูลดังกล่าวมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำขอนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น (เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดภาพของนักเรียนคนอื่นอย่างชัดเจน)

3) สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล (Right to Data Portability): ท่านมีสิทธิขอให้โรงเรียนโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือนักเรียน ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น (เช่น โรงเรียนแห่งใหม่) ในกรณีที่โรงเรียนได้จัดทำข้อมูลนั้นให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

4) สิทธิขอคัดค้าน (Right to Object): ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในเวลาใดก็ได้ หากการประมวลผลนั้นทำขึ้นโดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียน (เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาหลักสูตร) หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดโดยตรง หากท่านยื่นคัดค้าน โรงเรียนจะหยุดประมวลผลข้อมูลดังกล่าวทันที เว้นแต่โรงเรียนจะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นการดำเนินการเพื่อก่อตั้ง ใช้ หรือต่อสู้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย

5) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (Right to Erasure / Right to be Forgotten): ท่านมีสิทธิขอลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือนักเรียน เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลนั้นถูกเก็บรวบรวมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์แล้ว

ข้อยกเว้น: โรงเรียนอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้ หากข้อมูลนั้นเป็น "เอกสารหลักฐานทางการศึกษาที่ต้องเก็บรักษาไว้ถาวร" (เช่น ทะเบียนประวัติ, ปพ.1-3, ปพ.6) ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องเก็บไว้เพื่อการต่อสู้คดีทางกฎหมาย

ผลกระทบ: หากท่านขอลบข้อมูลในระหว่างขั้นตอนการรับสมัคร อาจทำให้โรงเรียนไม่สามารถพิจารณาใบสมัคร จัดสอบ หรือรับนักเรียนเข้าศึกษาได้

  1. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (Right to Restriction of Processing): ท่านมีสิทธิขอให้โรงเรียนระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่โรงเรียนอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอให้แก้ไขข้อมูล หรือขอคัดค้านการใช้ข้อมูล หรือในกรณีที่โรงเรียนหมดความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลแล้วแต่ท่านขอให้โรงเรียนเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของท่านแทนการลบทิ้ง

  2. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (Right to Rectification): ท่านมีสิทธิขอให้โรงเรียนแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและนักเรียนให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (เช่น การแจ้งเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, หรือประวัติการรักษาพยาบาล) เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาและการดูแลความปลอดภัยของนักเรียน

ข้อจำกัด: หากท่านประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับ "ภาพถ่าย/ภาพเคลื่อนไหว" โรงเรียนจะพิจารณาแก้ไขเฉพาะรายการข้อมูลประกอบภาพให้ถูกต้องตามความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น (ไม่ครอบคลุมถึงการดัดแปลงสภาพภาพถ่ายตามความพึงพอใจ)

  1. สิทธิร้องเรียน (Right to Lodge a Complaint): ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อ "สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC)" หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาหรือร้องเรียนต่อโรงเรียนผ่านช่องทางเว็ปไซต์ โดยเลือกแบบฟอร์มร้องเรียน หรือติดต่อโรงเรียนผ่านฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

11. ท่านจะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร

11.1 ในกรณีที่ท่านประสงค์จะจัดการถอนความยินยอมที่ท่านให้ไว้ ท่านสามารถกรอก "แบบฟอร์มคำขอถอนความยินยอม" ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือในกรณีที่ท่านจะใช้สิทธิอื่น ๆ ตามที่ระบุในข้อ 10 ท่านสามารถกรอก "แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือติดต่อโดยตรงที่ฝ่ายทะเบียนของโรงเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้องขอที่สมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือโรงเรียนจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากโรงเรียนดำเนินการตามคำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยโรงเรียนจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ โดยหากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือคำร้องขอฟุ่มเฟือย โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่โรงเรียนกำหนด

11.2 โรงเรียนจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอเนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค

11.3 ในบางสถานการณ์โรงเรียนอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่าน (ในฐานะผู้ปกครองหรือนักเรียน) ก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลของท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ หรืออาจเกิดค่าใช้จ่ายตามสมควร ซึ่งโรงเรียนจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ หรือจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าหากโรงเรียนจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอ

11.4 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่โรงเรียนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงโรงเรียนอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากโรงเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

11.5 โรงเรียนจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อโรงเรียนในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและบริเวณรอบข้าง ทรัพย์สินของโรงเรียน ความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม รวมถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง

12. โรงเรียนดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปลอดภัยอย่างไร

12.1 โรงเรียนจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิค เชิงบริหารจัดการ และทางกายภาพ (Technical, Organizational, and Physical Measures) เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบ โดยมาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ตลอดจนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งโรงเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกันอย่างเคร่งครัด รวมถึงกำหนดนโยบาย ระเบียบ แนวปฏิบัติ และขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

  1. กำหนดนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างปลอดภัย

  2. ไม่จำหน่ายหรือขายข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้ปกครองและนักเรียนไม่ว่ากรณีใด ๆ และจะไม่โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียนหรือผู้ที่ได้รับความยินยอม

  3. จำกัดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control) ไว้เฉพาะผู้บริหาร ครู และบุคลากรของโรงเรียนที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตามความจำเป็น (Need-to-know basis) เพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล

  4. ป้องกันการเข้าถึงและนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจัดให้มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) การตรวจสอบตัวตน และเทคโนโลยีการตรวจจับไวรัสตามความจำเป็น

  5. ตรวจสอบสถานะบุคคลภายนอกและผู้ให้บริการแก่โรงเรียน (Outsource / Third-party Processor) โดยกำหนดให้บุคคลเหล่านั้นต้องลงนามในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลหรือข้อตกลงการรักษาความลับ เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

  6. ติดตามตรวจสอบเว็บไซต์และระบบสารสนเทศของโรงเรียน ผ่านหน่วยงานหรือทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

  7. กำหนดให้ครู และบุคลากรของโรงเรียน เข้ารับการฝึกอบรม เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

  8. ประเมินผลแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การจัดการข้อมูล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลทางเทคนิค ทางกายภาพ และทางเชิงบริหารจัดการ (Administrative) ที่เหมาะสม รวมถึงทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป

  9. จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือเมื่อข้อมูลนั้นไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม

  10. จัดให้มีระบบการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach Notification) ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

  11. การบันทึกการเข้าถึงข้อมูล (Audit Trails/Logs) จัดให้มีการเก็บบันทึกการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศ (Log files) เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนหลังกรณีเกิดความผิดปกติหรือมีการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ

  12. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security) จัดให้มีมาตรการควบคุมการเข้าออกพื้นที่หวงห้าม (เช่น ห้อง Server หรือห้องเก็บเอกสารสำคัญ) อย่างเข้มงวด เช่น การใช้ระบบคีย์การ์ด การแลกบัตร และการติดกล้องวงจรปิด (CCTV)

12.2 โรงเรียนจะมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการเก็บรักษารหัสผ่าน (Password) และข้อมูลสำหรับเข้าใช้งานระบบต่าง ๆ ของโรงเรียน (เช่น ระบบ Insidesatit) ไว้เป็นความลับและปลอดภัยที่สุด หากรหัสผ่านของท่านหลุดรอด ถูกขโมย หรือมีการเข้าถึงบัญชีโดยบุคคลอื่น โรงเรียนขอแนะนำให้ท่านดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านโดยทันที และรีบแจ้งให้โรงเรียนทราบเพื่อประสานงานระงับการเข้าถึงบัญชีและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

13. หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่โรงเรียน ท่านมีหน้าที่อย่างไร?

หากผู้ปกครองได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่โรงเรียน เช่น ภาพถ่าย ข้อมูลของคู่สมรส สมาชิกในครอบครัว ปู่ย่าตายาย พี่น้องของนักเรียน บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน พนักงานขับรถ พี่เลี้ยง หรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจให้มารับนักเรียนแทน หรือข้อมูลของผู้ปกครองท่านอื่น (ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้คำแนะนำ หรือ Referral) ท่านขอรับรองว่าท่านมีอำนาจตามกฎหมาย หรือได้รับความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมายจากบุคคลดังกล่าว ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาให้แก่โรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปประมวลผลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ได้ รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียนในความดูแลของท่าน (เช่น เพื่อการติดต่อกลับกรณีฉุกเฉิน หรือการยืนยันตัวตนบุคคลที่มารับนักเรียน) ทั้งนี้ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลที่สามดังกล่าวรับทราบถึงการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงรายละเอียดของนโยบายฉบับนี้ และเป็นผู้ดำเนินการขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว (หากกฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม) ด้วยตัวท่านเอง

14. ท่านจะติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างไร

โรงเรียนได้มอบหมายให้ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : DPO@Learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไปหรือการดำเนินงานของโรงเรียน สามารถติดต่อหน่วยงานตามระดับที่นักเรียนศึกษาได้โดยตรง ดังนี้

โรงเรียนสาธิตพัฒนา (ประถมและอนุบาล)

อีเมล: info@satitpattana.ac.th

หมายเลขโทรศัพท์: 02-915-5390, 02-915-5391, 02-915-5392

ที่อยู่: 380 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

15. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่

โรงเรียนอาจดำเนินการทบทวน ปรับปรุง หรือแก้ไขนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย นโยบายการดำเนินงาน หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสต่อท่าน หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใน "สาระสำคัญ" ที่อาจส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หลักในการใช้ข้อมูล หรือการส่งต่อข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกกลุ่มใหม่) โรงเรียนจะทำการแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน ผ่านช่องทางการติดต่อที่โรงเรียนมีอยู่ (เช่น ทางอีเมล, LINE, SMS) หรือผ่านการประกาศแจ้งเตือนบนหน้าเว็บไซต์ของโรงเรียน ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ ในกรณีที่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม โรงเรียนจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านใหม่อีกครั้ง ก่อนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่เปลี่ยนแปลงไป

นโยบายฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

2

ประกาศความเป็นส่วนตัวPrivacy Notice

จัดทำแยกตามกลุ่มเจ้าของข้อมูล 6 ฉบับ — คลิกหัวข้อเพื่อดูรายละเอียดSix notices by data-subject group — tap a title to expand

1สำหรับกรรมการและผู้ถือหุ้นFor Directors & Shareholders

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับผู้ถือหุ้นและกรรมการ

บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ

บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) และบริษัทในเครือ (รวมเรียกว่า “กลุ่มบริษัท”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัท และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ในการนี้ บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับนี้ เพื่ออธิบายถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ การเปิดเผย และวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแจ้งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

ข้อ 1. คำนิยาม

ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ คำต่อไปนี้ให้มีความหมายดังนี้

  1. “บริษัท” หรือ “กลุ่มบริษัท” หมายถึง บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ/บริษัทย่อยตามงบการเงินรวมของบริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฉบับล่าสุด (หรือที่ปรากฏในเว็บไซต์ของบริษัท)

  2. “ท่าน” หมายถึง ผู้ถือหุ้น ผู้จองซื้อหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ กรรมการ ผู้บริหาร (รวมถึงผู้บริหารตามนิยาม ก.ล.ต.) ผู้สมัคร/ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร ผู้เข้าร่วมประชุม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น เลขานุการกรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบฉันทะ ตัวแทน ผู้ติดตาม คู่สมรส บิดา มารดา พี่น้อง บุตร คู่สมรสของบุตร และบุคคลที่เกี่ยวโยงกันตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 2. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บจากท่าน อาจแตกต่างกันแล้วแต่กรณีและลักษณะของกิจกรรมที่บริษัทจำเป็นต้องประมวลผล โดยมีรายละเอียดดังนี้

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

  1. ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, หมายเลขหนังสือเดินทาง, วัน/เดือน/ปีเกิด, เพศ, อายุ, สัญชาติ, สถานที่เกิด, ส่วนสูง, ลายมือชื่อ, ข้อมูลการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล, ภาพถ่าย, สถานะการสมรส และประเภทบุคคล

  2. ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล (รวมถึงข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และ Line ID ของเลขานุการส่วนตัวของคณะกรรมการ)

  3. ข้อมูลประวัติและการทำงาน เช่น ประวัติการศึกษา, วุฒิการศึกษา, ประวัติการฝึกอบรม (รวมถึงหลักสูตรกรรมการ), ประวัติและประสบการณ์ทำงาน, ประวัติการเดินทาง, อาชีพ, ประเภทกรรมการ, สถานะการเป็นพนักงาน (กรณีพนักงานที่ถือหุ้นในบริษัท), การเป็นกรรมการหรือมีตำแหน่งในบริษัทหรือกิจการอื่น ๆ ทั้งของตนเองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง, ข้อมูลการปฏิบัติงาน รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา คดี ข้อพิพาท ใบอนุญาต และข้อมูลที่จำเป็นในการดำเนินการตามข้อตกลงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  4. ข้อมูลครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรส/ผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา, ข้อมูลบุตร, บิดา, มารดา, พี่น้อง, ชื่อนิติบุคคลที่ถือหลักทรัพย์และเป็นผู้บริหาร ตลอดจนข้อมูลผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบฉันทะ หรือผู้แทนนิติบุคคล

  5. ข้อมูลทางการเงินและการลงทุน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, สัดส่วน/จำนวนการถือครองหลักทรัพย์ของตนเองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง, ข้อมูลการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ เงินเดือน สวัสดิการและผลประโยชน์อื่น ๆ, ข้อมูลการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น

  6. ข้อมูลเอกสารประกอบการยืนยันตัวตน เช่น สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาทะเบียนสมรส,บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

  7. ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรม เช่น การบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว (วิดีทัศน์) และ/หรือเสียง เมื่อท่านติดต่อ หรือเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM/EGM) หรือกิจกรรมอื่นใดกับบริษัท (ทั้งนี้ ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวอาจปรากฏภาพของท่านได้ อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่ประสงค์ให้บริษัทเผยแพร่ภาพถ่ายของท่าน ท่านสามารถแจ้งให้บริษัทรับทราบเพื่อดำเนินการงดเว้นการเผยแพร่ภาพของท่านได้)

  8. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คำแนะนำต่าง ๆ ตลอดเวลาที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรม หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เปิดเผยในช่องทางสาธารณะ

  9. ข้อมูลที่เกี่ยวกับการบริหารงาน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทราบจากการบริหารงานที่ผู้บริหารระดับสูงเข้าถึงเพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส/ปีของบริษัทในเครือ ข้อมูลรายการธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน (Related Party Transactions) รายงานความเสี่ยงและการประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจ ข้อมูลด้านบุคลากร (เช่น ผลการประเมินผลการทำงาน โครงสร้างองค์กร) ข้อมูลด้านนโยบายและแผนกลยุทธ์ของบริษัท รายงานการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี หรือโครงการลงทุนใหม่ และข้อมูลด้านคดี ข้อพิพาท สัญญาต่าง ๆ

  10. ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุม เช่น ข้อมูลผู้เข้าร่วมประชุม (เช่น ชื่อ ตำแหน่ง อีเมล หมายเลขโทรศัพท์) บันทึกการประชุม (เช่น ข้อหารือ ข้อสรุป การตัดสินใจ) รายการคำถามและความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วม ตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้องที่จัดเตรียมไว้สำหรับการประชุม (เช่น แผนงาน โครงการ งบการเงิน สัญญา หรือข้อตกลงที่ต้องพิจารณา)

  11. ข้อมูลบัญชี ภาษีอากร การเปิดเผยสารสนเทศ และรายการที่เกี่ยวโยงกัน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุในเอกสารการแชร์ข้อมูลหรือธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือ (บริษัทแม่-ลูก) ข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related Party Transactions) และข้อมูลด้านการทำรายการระหว่างกัน รวมถึงรายละเอียดธุรกรรม (เช่น จำนวน, มูลค่า, วันที่ทำรายการ, เงื่อนไขต่าง ๆ) ตลอดจนข้อมูลในรายงานการเปิดเผยสารสนเทศ (Disclosure Form) เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน ตำแหน่ง และข้อมูลอื่น ๆ ที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะและผู้มีส่วนได้เสียในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data)

  1. บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน เช่น เชื้อชาติ ข้อมูลหมู่โลหิต หรือข้อมูลศาสนา ถึงแม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่ท่านได้สมัครใจเปิดเผยไว้ต่อบริษัทก็ตาม ทั้งนี้ หากท่านได้ทำการส่งมอบข้อมูล ใด ๆ ซึ่งปรากฏข้อมูลที่มีลักษณะเช่นว่านี้ให้แก่บริษัทไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบข้อมูลในลักษณะเป็นเอกสาร หรือสื่ออื่นใด ท่านจะต้อง ปกปิดหรือขีดฆ่าข้อมูลอ่อนไหวเหล่านี้ด้วยตัวท่านเอง หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวท่านเอง บริษัทถือว่าท่านได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้บริษัททำการปกปิดข้อมูลเหล่านี้ให้แก่ท่าน และให้ถือว่าข้อมูลที่ท่านส่งมอบมานี้ซึ่งบริษัทได้จัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวให้แก่ท่านแล้วเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ใช้บังคับได้ตามกฎหมายทุกประการ อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่บริษัทไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวแก่ท่านได้เนื่องด้วยปัญหาเชิงเทคนิคหรือปัญหาอื่นใด บริษัทจะทำการจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น

  2. กิจกรรมที่ท่านได้เข้าร่วมแล้วหรือจะได้เข้าร่วมในอนาคต อาจมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลสุขภาพของท่าน (อาทิ ข้อมูลการแพ้อาหาร อาหารที่ไม่ทาน สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการบันทึกอุณหภูมิเพื่อควบคุมโรคติดต่อ) และ ประวัติอาชญากรรม (สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติ) ทั้งนี้ การจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการให้บริการและอำนวยความสะดวกอย่างดีที่สุดแก่ท่าน รวมถึงเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และในการจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวนี้ บริษัทจะได้ทำการขอความยินยอมของท่านไว้โดยชัดแจ้งก่อนการจัดเก็บเสมอ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

2.3 ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการเข้าทำสัญญา หรือมีความจำเป็นเพื่อดำเนินการตามความประสงค์ของท่าน หากท่านไม่ยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการจัดประชุม อำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การพิจารณาแต่งตั้งกรรมการ การจ่ายเงินปันผล ค่าตอบแทน หรือมอบสิทธิประโยชน์อื่นใดตามที่ท่านพึงได้รับตามกฎหมายได้

ข้อ 3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยการขอข้อมูลจากท่านโดยตรง ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาจให้ท่านกรอกข้อมูลลงในเอกสารที่บริษัทจัดเตรียมไว้ หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางบริษัทได้กำหนด และ/หรือวิธีอื่นใด

อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของกิจกรรม บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่านบางประการ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่บริษัทได้รับจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง โดยแหล่งที่มาของข้อมูลอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทนิติบุคคลของบริษัท ดังนี้

  1. กรณีบริษัทในเครือทั้งหมด (รวมถึงบริษัทจำกัด) บริษัทจะเก็บข้อมูลที่ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) แบบฟอร์มขอข้อมูลกรรมการและผู้บริหาร แบบฟอร์มรายการเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน ใบสมัครขอฝึกอบรม เอกสารประกอบสัญญาผู้ถือหุ้น ข้อมูลจากการติดต่อสื่อสาร (เช่น การโทรติดต่อ) ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกระหว่างการประชุม ข้อมูลที่เปิดเผยในช่องทางสาธารณะ หรือข้อมูลบัญชีธนาคารซึ่งท่านกำหนดให้เป็นบัญชีรับชำระเงินปันผล/ค่าตอบแทน

  2. กรณีบริษัทที่เป็นบริษัทจดทะเบียน (บริษัทมหาชน) บริษัทจะเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับจากนายทะเบียนหลักทรัพย์ นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) หรือข้อมูลจากประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต.

  3. กรณีของกรรมการ และผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง รวมทั้งจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่กำกับดูแล และข้อมูลที่มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ ดังนี้

  1. บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในกระบวนการสรรหา จากเอกสารอื่นใดที่สามารถใช้ในการยืนยันตัวตนได้ หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ เช่น ชื่อนามสกุล เพศ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง รูปถ่าย วันเดือนปีเกิด สัญชาติ สถานที่เกิด ส่วนสูง

  2. บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการเพิ่มเติม เช่น การถือครอง ซื้อ ขาย หลักทรัพย์ของบริษัท การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ การจัดอบรม การจัดกิจกรรม สถานะการสมรส ข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรส ผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา บุตร บิดามารดา พี่น้อง หมู่โลหิต หมายเลขบัญชีธนาคาร อีเมล ประวัติการศึกษา อาชีพ ประวัติการทำงาน การเป็นกรรมการ หรือมีตำแหน่งในบริษัทหรือกิจการอื่น ๆ การเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการชุดย่อย หรือผู้ถือหุ้น ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ ผลการปฏิบัติงานของกรรมการ และข้อมูลอื่นตามที่กฎหมาย หรือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีกำหนด

3.4 กรณีของผู้ถือหุ้น หรือผู้จองซื้อหุ้น บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง เมื่อท่านได้จองซื้อหลักทรัพย์ หรือมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้น หรือผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านผ่านทางนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ด้วย เช่น ช่องทางการติดต่อ สัญชาติ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขประจำตัวประชาชน จำนวนหุ้น เป็นต้น

3.5 ในกรณีที่ท่านได้ให้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัท (เช่น ข้อมูลของคู่สมรส บุตร บิดา มารดา เลขานุการส่วนตัว หรือผู้รับมอบอำนาจ) ท่านขอรับรองว่าท่านมีอำนาจตามกฎหมายและได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวในการเปิดเผยข้อมูลให้แก่บริษัทเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ท่านมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงรายละเอียดตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ก่อนหรือในขณะที่ท่านนำส่งข้อมูลดังกล่าวให้แก่บริษัท

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ และฐานในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทจะประมวลผลข้อมูลของท่านตามฐานทางกฎหมาย (Legal Basis) โดยแยกตามกิจกรรม ดังนี้

ลำดับ กิจกรรม / วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย
1 เพื่อการสรรหาและพิจารณาแต่งตั้งกรรมการ ดำเนินการคัดเลือก จัดทำสัญญา ดำเนินการตามกระบวนการสรรหา ตรวจสอบคุณสมบัติการเข้าเป็นกรรมการบริษัท (รวมถึงกรรมการอิสระ) ประกอบการพิจารณาคัดเลือก ระบุในเอกสาร/แบบฟอร์มขอข้อมูลกรรมการและผู้บริหาร เผยแพร่ข้อมูลในหนังสือเชิญประชุม/รายงานการประชุม รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามสัญญา กฎหมาย และกฎบัตรของคณะกรรมการที่บริษัทประกาศกำหนด การจ่ายค่าตอบแทน และการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / ปฏิบัติตามกฎหมาย
2 เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎบัตรบริษัท บริหารจัดการบริษัท (เช่น การเริ่มตั้ง การเพิ่มทุน ลดทุน การปรับโครงสร้างกิจการ การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) บริหารจัดการงานทะเบียน การมอบฉันทะ จัดการเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้น หรือผู้ถือหุ้นกู้ การจ่ายเงินปันผล การจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ และการจัดส่งเอกสารหรือหนังสือต่าง ๆ ตลอดจนเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของการเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (แล้วแต่กรณี) ปฏิบัติตามกฎหมาย / ปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
3 เพื่อการจดทะเบียนและแก้ไขทางทะเบียนจดทะเบียน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขข้อมูลกรรมการและผู้ถือหุ้น ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ และเก็บข้อมูลการถือหุ้นของบริษัทในกลุ่ม ปฏิบัติตามกฎหมาย
4 เพื่อการรายงานและนำส่งข้อมูลตามเงื่อนไขของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ (เฉพาะบริษัทจดทะเบียน) นำส่งข้อมูลการแต่งตั้ง ประวัติกรรมการ/ผู้บริหาร และรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเปิดเผยสารสนเทศและรายการที่เกี่ยวโยงกัน จัดทำและเปิดเผยเอกสาร ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของการรายงานประจำปีต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยสารสนเทศ ข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ต่อสาธารณชนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ปฏิบัติตามสัญญา / ปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
5 เพื่อการตรวจสอบความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตรวจสอบความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อรายงานให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ (เช่น คณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เพื่อตรวจสอบสถานะและคุณสมบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และเพื่อปฏิบัติตามกฎบัตรของคณะกรรมการ กระบวนการสรรหา สัญญา หรือการจ่ายค่าตอบแทน ปฏิบัติตามสัญญา / ปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
6 เพื่อการปฏิบัติงานของกรรมการบริษัทและการจ่ายค่าตอบแทนบันทึกการเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการชุดย่อย หรือผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาผลการปฏิบัติงานและการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ รวมถึงเพื่อการปฏิบัติตามกฎบัตรของคณะกรรมการ (เช่น การคัดเลือก ทำสัญญา ตรวจสอบคุณสมบัติ ให้สิทธิประโยชน์) เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และเพื่อยืนยันตัวตน ตรวจสอบบุคคลก่อนการประชุม อธิบายตัวบุคคลในเอกสารประกอบวาระการประชุม และบันทึกรายงานการประชุม ปฏิบัติตามสัญญา / ปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
7 เพื่อการจัดการประชุมและการบันทึกรายงานการประชุม (AGM/EGM ฯลฯ) เป็นหลักฐานแห่งการประชุม การเข้าร่วมประชุม และการบริหารจัดการในการจัดประชุม (เช่น การลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม การลงมติ) เพื่อบันทึกภาพ เสียง และ/หรือวิดีทัศน์ระหว่างการประชุม และจัดทำรายงานการประชุมส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัท ผู้ถือหุ้น) รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่รายละเอียดการประชุมผ่านเว็บไซต์และช่องทางการสื่อสาร อื่น ๆ ของบริษัท เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับชมในภายหลัง หรือสำหรับการประชาสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ของบริษัทหรือผู้เข้าร่วมประชุม ตลอดจนเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงการอำนวยการประชุมของคณะกรรมการ (ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์จะถูกบันทึกภาพ หรือวิดีทัศน์ ท่านมีสิทธิที่จะแจ้งต่อบริษัทเพื่อปฏิเสธ หรือไม่เข้าร่วมขณะมีการบันทึกภาพ หรือวิดีทัศน์) ปฏิบัติตามสัญญา / ปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
8 เพื่อการติดต่อกรรมการและการจัดฝึกอบรม การติดต่อกรรมการ ประสานงานเกี่ยวกับการนัดหมาย ติดต่อกรรมการ และแจ้งข้อมูลที่จำเป็น รวมถึงการส่งข้อมูลให้ผู้จัดอบรมเพื่อจัดการฝึกอบรมให้แก่กรรมการ ปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
9 เพื่อการบริหารจัดการภายในกลุ่มบริษัท การเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ การทำ Due Diligence การปรับปรุงการดำเนินงาน และการปรับโครงสร้างองค์กร การตามขั้นตอนการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) การติดตามและจัดการความเสี่ยง การสนับสนุนการตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย ความสมบูรณ์ของเอกสารทางกฎหมาย หรือความถูกต้องของกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท การประเมินมูลค่าบริษัท การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (เช่น ด้านการตลาด หรือการควบรวมกิจการ) การวางแผนกลยุทธ์ระดับกลุ่มบริษัท การให้คำแนะนำหรือแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานให้กับบริษัทในเครือ เพื่อการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายในองค์กร การกำกับการตรวจสอบ การตรวจสอบภายใน รวมถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารจัดการภายในองค์กร ตลอดจนเพื่อรองรับกรณีการปรับโครงสร้าง หรือการควบรวมกิจการ (M&A) ในอนาคต ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / ปฏิบัติตามสัญญา / ปฏิบัติตามกฎหมาย
10 เพื่อการอำนวยการเดินทางและการจัดกิจกรรม (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและจัดเตรียมกิจกรรม จัดเตรียมงาน และอำนวยความสะดวกสำหรับท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้นตามที่บริษัทเห็นสมควร (เช่น การจัดเตรียมสถานที่ การจัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่ม หรือจัดเตรียมยานพาหนะ ของที่ระลึก (ถ้ามี)) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลอื่น (เช่น การบริหารจัดการบริษัท การรักษาความปลอดภัย การจัดกิจกรรม หรือการส่งข่าวสาร หรือข้อเสนอใด ๆ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ หรือกรรมการ) และเพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น (เช่น การติดต่อในกรณีฉุกเฉิน การควบคุมโรคติดต่อ การบันทึกอุณหภูมิ และประวัติการเดินทางของท่าน) ปฏิบัติตามสัญญา / ปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต (Vital Interest)
11 เพื่อการบริหารงานของผู้บริหารสนับสนุน การวิเคราะห์และการตัดสินใจด้านกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง การลงทุน การพัฒนาธุรกิจ และการบริหารบุคลากร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ เพื่อสนับสนุนด้านความปลอดภัยและป้องกันการทุจริต เพื่อการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้องในกรณีที่จำเป็นตามกฎหมายและธุรกิจ เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและรายงานเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนด้านทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาบุคลากร เพื่อสนับสนุนด้านการบริหารความเสี่ยงและการบริหารจัดการฉุกเฉิน เพื่อการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี และเพื่อรองรับการตรวจสอบและประเมินผลภายในและภายนอก ปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / ปฏิบัติตามกฎหมาย
12 เพื่อการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมภายในกลุ่มบริษัท เพื่อให้บริษัทแม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนหรือกลยุทธ์การดำเนินงานได้อย่างมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบถ้วน เพื่อช่วยในการตรวจสอบและติดตามผลการปฏิบัติงานของบริษัทลูกหลังจากการประชุม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนดของบริษัทแม่รวมถึงข้อกำหนดด้านกฎหมาย เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นสามารถส่งต่อและประสานงานระหว่างทีมงานของบริษัทลูกและบริษัทแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจหรือแผนงานที่ได้มีการหารือ ปฏิบัติตามสัญญา / ปฏิบัติตามกฎหมาย
13 เพื่อสนับสนุนและดำเนินการตามข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลและรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related Party Transactions) ระหว่างบริษัทในเครือให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรายงานและเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมายภาษีอากร เพื่อจัดทำและจัดเก็บข้อมูลในแบบรายงานประจำปี (Disclosure Form) ให้ถูกต้องครบถ้วนสำหรับการเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐ ผู้มีส่วนได้เสีย และการตรวจสอบภายใน ตลอดจนเพื่อจัดทำบัญชีและรายงาน ตรวจสอบ เอกสารตามกฎหมาย วิเคราะห์และรายงานข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของฝ่ายบริหารและคณะกรรมการ ปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
14 เพื่อใช้ในการดำเนินการจัดทำประกันภัย หรือประกันการเดินทาง (ถ้ามี) กรณีที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้น ปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
15 เพื่อเป็นฐานข้อมูล และเพื่อดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับการให้สิทธิประโยชน์ใด ๆ (เช่น สิทธิในการจองซื้อหุ้นบริษัทในกลุ่มที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก สิทธิการจองซื้อหุ้นกู้) รวมถึงเพื่อเป็นฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท และ/หรือใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารความสัมพันธ์ การแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ หรือการติดต่อประสานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และใช้เป็นข้อมูลสำหรับกระบวนการคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรม ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / ปฏิบัติตามสัญญา
16 เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติ หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การดำเนินคดีต่าง ๆ ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมาย รวมถึงเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงาน องค์กรอิสระ หรือเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย (เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียก คำสั่งศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ หน่วยงานราชการ) และรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หรือองค์กรอิสระ ปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / ก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
17 เพื่อประเมินความเหมาะสมและตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครกรรมการ (เช่น ประวัติอาชญากรรม) เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสำหรับการประชุมหรือฝึกอบรม (ข้อมูลสุขภาพ เช่น การแพ้อาหาร) รวมถึงการจัดเก็บสำเนาเอกสารยืนยันตัวตนที่อาจมีข้อมูลศาสนาหรือหมู่โลหิตปรากฏอยู่เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมหรือการจัดเตรียมสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ท่าน ความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) / การก่อตั้ง ปฏิบัติตาม หรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ข้อ 5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ท่านให้ไว้กับบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ ซึ่งบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคล หรือองค์กร ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทในเครือ / กลุ่มบริษัท เพื่อการบริหารจัดการภายในองค์กร การกำกับดูแลกิจการ การวางแผนกลยุทธ์ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) หรือการควบรวมกิจการ (M&A) ทั้งนี้ ในบางกรณีที่เกิดการบริหารจัดการข้อมูลร่วมกันระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูก กลุ่มบริษัทอาจดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม ภายใต้สัญญาและมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่รัดกุม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประกาศฉบับนี้

  2. นายทะเบียน เช่น นายทะเบียนผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้ นายทะเบียนหลักทรัพย์ ตัวแทนผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้

  3. หน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล ตำรวจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และกรมสรรพากร

  4. ผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Third Parties) ที่บริษัทมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่ในนามบริษัท หรือร่วมกับบริษัท เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้สอบบัญชี ทนายความ การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (e-AGM) ช่างภาพ ผู้รับจ้างที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ดำเนินการจัดงาน และจัดกิจกรรมต่าง ๆ (Organizer) ผู้ให้บริการจัดพิมพ์และจัดส่งเอกสาร หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลที่ต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในเอกสารฉบับนี้

  5. สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัย เช่น ธนาคารในกรณีมีหน้าที่จ่ายเงินให้ท่าน สถาบันการเงินที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ หรือบริษัทประกันในกรณีที่มีการเดินทางสำหรับท่านที่เข้าร่วมกิจกรรม

ข้อ 6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

  1. โดยปกติบริษัทไม่มีนโยบายส่งข้อมูลไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือ หรือบุคคลอื่นในต่างประเทศในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา

  2. บริษัทอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือคลาวด์ (Cloud) ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Software as a Service) และรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูป (Platform as a Service) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

  3. ในกรณีที่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองและท่านสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามกฎหมาย รวมถึงบริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย

ข้อ 7. ระยะเวลาในการเก็บข้มูลส่วนบุคคล

7.1 บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สามารถปฏิบัติ ดำเนินการให้แล้วเสร็จ หรือบรรลุวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดหรืออนุญาตให้สามารถเก็บรักษานานกว่านั้น โดยบริษัทมีกำหนดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล ดังนี้

  1. กรณีท่านเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ บริษัทจะเก็บรักษาไว้ตราบเท่าที่ท่านยังคงเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการของบริษัท และต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 12 (สิบสอง) ปี นับจากปีที่ท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์ในฐานะผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ

  2. กรณีผู้สมัครเป็นกรรมการบริษัท ในกรณีที่ท่านไม่ได้รับการคัดเลือก ข้อมูลจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลา 2 (สอง) ปี นับจากปีที่ท่านสมัคร

  3. กรณีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) ในส่วนของ ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลการแพ้อาหาร บริษัทจะเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลา 6 (หก) เดือน นับจากเดือนที่บรรลุวัตถุประสงค์ (เช่น สิ้นสุดการจัดกิจกรรม) ทั้งนี้ สำหรับประวัติอาชญากรรมของกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง จะถูกเก็บรักษาไว้ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งเพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมาย และต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 6 (หก) เดือน นับจากเดือนที่พ้นตำแหน่ง

  4. กรณีเลขานุการกรรมการ จะเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นระยะเวลา 2 (สอง) ปี นับจากปีที่สิ้นสุดการเป็นเลขานุการกรรมการ

  5. กรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลได้ชัดเจน บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี)

7.2 กรณีประมวลผลบนฐานความยินยอม กรณีที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่าน บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอม และบริษัทดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ดี บริษัทจะยังคงเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึกเป็นประวัติว่าท่านเคยยกเลิกความยินยอม เพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคตได้

7.3 กรณีการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่มีการขอใช้สิทธิตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ บริษัทจะเก็บหลักฐานประวัติการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลา 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่บริษัทพิจารณาคำขอของท่านแล้วเสร็จ

7.4 กรณีกฎหมายกำหนด นโยบายบริษัท หรือมีข้อพิพาท อาจมีกรณีเฉพาะบางกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายและขั้นตอนภายในของบริษัทว่าด้วยการเก็บรักษาข้อมูล หรือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาลหรือเกิดข้อพิพาท ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าข้อพิพาทหรือคดีความจะถึงที่สุดและสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว

7.5 บริษัทได้จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือเมื่อข้อมูลนั้นไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

ข้อ 8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

8.1 บริษัทเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่บริษัทใช้ติดต่อท่าน โดยบริษัทจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยท่านสามารถส่งคำขอให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม: หากท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท ทั้งนี้ บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรือมีสัญญาระหว่างท่านกับบริษัทที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หรืออาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้

  2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

  3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัท หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องประมวลผล เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้บริการ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

  4. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

  5. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อบริษัทเห็นว่าสามารถปฏิบัติตามที่ท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

  6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทน

  7. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ หากท่านประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับภาพ บริษัทจะทำการแก้ไขเฉพาะรายการข้อมูลที่เกี่ยวกับภาพของท่านเพื่อให้ถูกต้อง ตามความจำเป็นของบริษัทที่ชอบด้วยกฎหมายและในกรณีที่การดำเนินการตามคำขอก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายบริษัทอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากท่าน

  8. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อบริษัทผ่านแบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

8.2 ข้อจำกัดในการใช้สิทธิ (ข้อยกเว้นสำคัญสำหรับกรรมการและผู้ถือหุ้น)

เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่เป็นการประมวลผลที่อยู่ภายใต้ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) (เช่น กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายภาษีอากร) หรือฐานการปฏิบัติตามสัญญา การใช้สิทธิบางประการของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้น (เช่น สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล สิทธิขอคัดค้าน หรือสิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล) อาจมีข้อจำกัด หรือบริษัทอาจไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอของท่านได้ในบางกรณี หากการดำเนินการดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมาย หรือทำให้บริษัทไม่สามารถบริหารจัดการสิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ที่ท่านพึงได้รับในฐานะกรรมการหรือผู้ถือหุ้นได้

ข้อ 9. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

9.1 การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของบริษัท หรือกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีที่ท่านประสงค์จะใช้สิทธิถอนความยินยอม ท่านสามารถกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอถอนความยินยอมได้

9.2 บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่านภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ดี บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือบริษัทจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากบริษัทดำเนินการตามคำขอของท่านแล้วจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยบริษัทจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้

9.3 หากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือเป็นคำร้องขอที่ฟุ่มเฟือย บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่บริษัทกำหนด

9.4 บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติที่จะดำเนินการตามคำร้องขอเนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค

9.5 ในบางสถานการณ์ บริษัทอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้

9.6 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่บริษัททำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงบริษัทอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไปเพื่อกระทำการ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อทำรายการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือดำเนินการตามสมควรภายในขอบเขตความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างบริษัทกับท่าน

  2. เพื่อใช้เป็นการภายในตามสมควรโดยสอดคล้องกับความคาดหมายของท่านที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบริษัท และสอดคล้องกับบริบทที่ท่านได้ให้ข้อมูลดังกล่าวไว้แต่แรก

  3. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อบังคับ กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

9.7 ในกรณีที่ท่านไม่ประสงค์จะถูกบันทึกภาพ ท่านมีสิทธิที่จะขอรับและติดสัญลักษณ์ “ห้ามถ่ายภาพบุคคล” ตลอดการร่วมประชุมหรือกิจกรรม ทั้งนี้ บริษัทขอเรียนให้ทราบว่าด้วยลักษณะการจัดกิจกรรมอาจมีการถ่ายภาพบรรยากาศกิจกรรม ซึ่งแม้ท่านขอรับสัญลักษณ์ดังกล่าวแล้วก็ตาม ก็อาจปรากฏภาพของท่านเป็นส่วนประกอบของภาพได้ ดังนั้น บริษัทจึงแนะนำให้ท่านแจ้งต่อบริษัทเพื่อปฏิเสธขณะที่บริษัทกำลังบันทึกภาพ หรือหลีกเลี่ยงบริเวณที่บันทึกภาพ หรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมขณะมีการบันทึกภาพหรือภาพเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม หากปรากฏภาพของท่านพร้อมสัญลักษณ์ บริษัทจะพยายามดำเนินการแก้ไขตามความเหมาะสมและในขอบเขตที่สามารถทำได้ เช่น การเบลอภาพใบหน้าก่อนใช้ในสื่อโซเชียลมีเดียตามช่องทางที่บริษัทกำหนด หรือการปรับมุมกล้อง เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่าน

9.8 บริษัทจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการอาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อบริษัทในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย (เช่น เพื่อการชำระเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ตัวแทนของบุคคลดังกล่าว และการบริหารจัดการทะเบียนผู้ถือหุ้น) และข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อบริษัทในการปฏิบัติตามสัญญา หรือข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นแก่บริษัท หรือใช้สิทธิขอให้ลบ ระงับการใช้ข้อมูล บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการหรือจัดการสัญญาระหว่างท่านกับบริษัท รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ท่านอาจจะได้รับได้

ข้อ 10 มาตรการการรักษาความปลอดภัย

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การทำลาย การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยปราศจากอำนาจ รวมถึงกำหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เช่น การควบคุมการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (access control) การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งาน (user access management) นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

ข้อ 11. ช่องทางการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อกลุ่มบริษัทได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : DPO@Learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-114-6956

เรื่องทั่วไป: ติดต่อเลขานุการบริษัท

อีเมล : companysecretary@learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-114-6956

ข้อ 12. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

บริษัทอาจแก้ไข ทบทวน หรือปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

ในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง บริษัทจะประกาศหรือแจ้งให้ท่านทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท และ/หรือ หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือ ช่องทางแจ้งข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ แจ้งให้ท่านทราบผ่านทางอีเมล หรือช่องทางการสื่อสารอื่นใดตามที่บริษัทเห็นสมควร

ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

2สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจFor Business Partners

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ

โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถม (“โรงเรียน”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดา ตัวแทนของนิติบุคคล เช่น กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม ผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจช่วง ผู้ปฏิบัติงาน ตัวแทน พนักงาน และลูกจ้างของนิติบุคคลที่ได้เข้าร่วม หรือจะเข้าร่วมทำธุรกรรมต่าง ๆ กับโรงเรียน (“ท่าน”) และมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ภายใต้ความดูแลของโรงเรียน และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าว ด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ในการนี้ และเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

โรงเรียนจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายถึงวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ การเปิดเผย และวัตถุประสงค์ที่โรงเรียนได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแจ้งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

ข้อ 1. คำนิยาม

“ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า” หมายถึง บุคคลที่อาจเป็นคู่ค้ากับโรงเรียน ทั้งในกรณีที่บุคคลดังกล่าวได้แสดงเจตนาจะเข้าทำสัญญา และ/หรือจะลงทะเบียนเป็นคู่ค้าของโรงเรียน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมธุรกิจ ผู้ดำเนินงานร่วมกับโรงเรียน หรือบุคคลอื่นใดที่ขอใบเสนอราคา หรือเป็นผู้เสนอราคา
“คู่ค้า” หมายถึง บุคคลที่เข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้า และ/หรือให้บริการแก่โรงเรียน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้เข้าร่วมธุรกิจ (ทั้งในกรณีที่ขายสินค้าให้แก่โรงเรียน โดยตรง และในกรณีที่พัฒนาบริการร่วมกับโรงเรียนเพื่อให้บริการ) ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ วิทยากร คู่สัญญาของโรงเรียน
“ผู้เกี่ยวข้อง” หมายถึง บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวแทนของผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้าหรือคู่ค้า เช่น กรรมการ พนักงาน ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจ พยาน ผู้ปฏิบัติงานในนามนิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้องในการทำนิติกรรมสัญญา อาทิ ผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า เป็นต้น
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

ข้อ 2. ประเภทและแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคล

โรงเรียนเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยการขอข้อมูลจากท่านโดยตรง ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาจให้ท่านกรอกข้อมูลลงในเอกสารที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางโรงเรียนได้กำหนด และ/หรือวิธีอื่นใด อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของกิจกรรม โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่านบางประการ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่โรงเรียนได้รับจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนจัดเก็บจากท่าน อาจแตกต่างกันไปแล้วแต่กรณี และลักษณะของกิจกรรมที่โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่าน

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

  1. รายละเอียดส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน สัญชาติ ลายมือชื่อ ที่อยู่อาศัย หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล

  2. ข้อมูลตามนามบัตร เช่น อาชีพ ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน

  3. ข้อมูลภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว เช่น ภาพถ่ายบุคคล ข้อมูลภาพบันทึกจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เมื่อท่านเดินทางเข้ามาในบริเวณพื้นที่ของโรงเรียน

  4. ข้อมูลการเข้าพื้นที่โรงเรียน เช่น วันเวลาที่เข้า-ออกโรงเรียน ข้อมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ ข้อมูลที่บันทึกผ่านระบบแลกบัตรผู้มาติดต่อ (Visitor)

  5. ข้อมูลการโต้ตอบ และการสื่อสาร ในกรณีที่ท่านติดต่อโรงเรียน รวมถึงข้อมูลที่ท่านเลือกจะแบ่งปันและเปิดเผยผ่านระบบ แอปพลิเคชัน เครื่องมือ แบบสอบถาม และบริการต่าง ๆ ของโรงเรียน ไม่ว่าจะในรูปแบบ หรือวิธีใด ๆ ก็ตาม ซึ่งอาจเป็นภาพ หรือเสียงโดยไม่จำกัดเพียง โทรศัพท์ อีเมล ข้อความสนทนา และการสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)

  6. ข้อมูลที่ระบุสถานะการเป็นตัวแทนธุรกิจ ผู้ค้ำประกัน ผู้ให้หลักประกัน สถานะการเป็นผู้บริหารระดับสูง กรรมการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ผู้ถือหุ้น หรือผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจช่วง ผู้ปฏิบัติงาน ตัวแทน พนักงาน และลูกจ้างของนิติบุคคลที่ได้เข้าร่วม หรือจะเข้าร่วมทำธุรกรรมต่าง ๆ กับโรงเรียน

  7. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับโรงเรียน หรือในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญจ่าย รวมถึง เอกสารอื่นใดที่ใช้ในการระบุตัวตน และการยืนยันตัวตน

  8. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่ท่านได้ให้ไว้แก่โรงเรียน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านรับรองต่อโรงเรียนว่า ท่านได้รับความยินยอมจากผู้เกี่ยวข้อง หรือมีฐานทางกฎหมายอื่นใดในการเปิดเผยข้อมูลแก่โรงเรียน รวมทั้งท่านมีหน้าที่ในการแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้ลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้เกี่ยวข้องของท่านได้รับทราบด้วยก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะเข้ามาปฏิบัติงานหรือติดต่อกับทางโรงเรียน

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

โดยหลักการทั่วไป โรงเรียนไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยภารกิจในการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียน โรงเรียนจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ดังนี้

  1. ข้อมูลที่จำเป็นต้องเก็บเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพ

สำหรับคู่ค้าบางประเภทหรือผู้ปฏิบัติงานบางลักษณะ (เช่น ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ให้บริการรถรับส่งนักเรียน ผู้รับเหมาก่อสร้าง ซ่อมบำรุง หรือบุคคลใดที่อาจต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับนักเรียน) โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น ประวัติอาชญากรรม หรือ ข้อมูลสุขภาพ (อาทิ ใบรับรองแพทย์ ผลการตรวจโรคติดต่อ หรือผลการตรวจหาสารเสพติด) โดยโรงเรียนจะทำการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้พิจารณาคุณสมบัติและอนุญาตให้เข้าพื้นที่ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีกฎหมายให้อำนาจโรงเรียนดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

  1. ข้อมูลที่โรงเรียนไม่มีความประสงค์จะจัดเก็บ (เช่น ข้อมูลศาสนา หรือ กรุ๊ปเลือด บนบัตรประชาชน)

หากข้อมูลดังกล่าวปรากฏอยู่บนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่ใช้เพื่อการระบุตัวตน ซึ่งท่านได้ทำการส่งมอบให้แก่โรงเรียน โรงเรียนแนะนำให้ท่านเป็นผู้ปกปิดข้อมูลอ่อนไหวเหล่านี้ด้วยตัวท่านเอง โดยวิธีการขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวท่านเอง โรงเรียนถือว่าท่านได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้โรงเรียนทำการปกปิดข้อมูลเหล่านี้แทนท่าน และให้ถือว่าเอกสารที่โรงเรียนได้จัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวให้แก่ท่านแล้วเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ใช้บังคับได้ตามกฎหมายทุกประการ ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่โรงเรียนไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวให้ท่านได้เนื่องด้วยปัญหาเชิงเทคนิค โรงเรียนจะทำการจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น และจะไม่มีการนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด

2.3 แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่โรงเรียนได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม ลูกค้าของโรงเรียน และ/หรือ บุคคลอื่นใดที่เป็นผู้ควบคุม หรือประมวลผลข้อมูล ที่โรงเรียนเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลเหล่านั้น เป็นผู้มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีสิทธิเปิดเผยให้แก่โรงเรียนได้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลมาจากช่องทาง ดังนี้

  1. โรงเรียนอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลภายนอก เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านคนกลาง หรือในบางกรณีโรงเรียน อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือ แหล่งข้อมูลทางการค้า เป็นต้น

  2. เจ้าหน้าที่และหน่วยงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  3. บุคคลที่สามอื่น ๆ เช่น บริษัทที่ท่านสังกัด ผู้แทนของท่าน นายจ้าง ผู้สนับสนุน และบุคคลที่สามที่มีบทบาทในการให้บริการแก่ท่าน ผู้จัดจำหน่าย ตัวแทนที่เป็นบุคคลภายนอก รวมถึงบุคคลใด ๆ ที่ดำเนินการในนามของบุคคลเหล่านั้น

ข้อ 3. วัตถุประสงค์ และฐานในการประมวลผลข้อมูล

3.1 โรงเรียนประมวลผลข้อมูลของท่าน ในกรณีท่านต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา และ/หรือการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายในการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่านกับโรงเรียน หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่โรงเรียน อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้โรงเรียน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

3.2 โรงเรียนอาจอาศัยหรืออ้าง (1) ฐานความยินยอม เพื่อประมวลผลข้อมูลของท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญา หรือการเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียนและของบุคคลภายนอก (5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (6) ฐานประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี ซึ่งในประกาศฉบับนี้ โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามวัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

ลำดับ วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย
1 เพื่อดำเนินการตามคำขอ ความประสงค์ของท่านก่อน หรือขณะเข้าทำสัญญา รวมถึง การติดต่อกับท่านก่อนที่ท่านจะเข้าทำสัญญากับโรงเรียน และดำเนินการใด ๆ เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจของโรงเรียน เช่น การประเมินความเหมาะสม คุณสมบัติ การเสนอข้อเรียกร้อง การเสนอราคา และการประกวดราคา การปฏิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
2 เพื่อบริหารจัดการให้เป็นไปตามสัญญาที่โรงเรียนได้ทำขึ้น หรือจะได้จัดทำขึ้นระหว่างโรงเรียนกับท่าน รวมถึงการตรวจรับ และการรับสินค้าหรือบริการ บริหารจัดการความสัมพันธ์ ตรวจสอบและประเมินการทำงานตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในใบสั่งซื้อ หรือสัญญา หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การปฏิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
3 เพื่อดำเนินการประมวลผลตามคำขอ การอนุมัติ การเข้าทำสัญญา การใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบและยืนยันตัวตน ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนคู่ค้า รวมถึงการจัดการความสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างท่านกับโรงเรียน การจัดการในเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการลงนาม และปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
4 เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้าง คัดเลือกคู่ค้า ลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ การตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของคู่ค้า หรือผู้เกี่ยวข้องที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตลอดจนการดำเนินการตามคำขอต่าง ๆ ของคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในระบบของโรงเรียนเช่น การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลของคู่ค้า เป็นต้น การปฎิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
5 เพื่อการเก็บรักษา แก้ไขปรับปรุงรายชื่อ สมุดรายนาม และประวัติการดำเนินการทางธุรกิจใด ๆ ระหว่างโรงเรียนกับคู่ค้าให้เป็นปัจจุบัน การจัดเก็บสัญญา และเอกสารที่เกี่ยวข้องในสารบบของโรงเรียน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
6 เพื่อการเรียกเก็บเงิน หรือหนี้ที่ท่านค้างชำระอยู่กับโรงเรียน การเข้าทำธุรกรรม การดำเนินการชำระเงิน และ/หรือรับชำระเงินจัดการกับข้อเรียกร้องและข้อพิพาท รวมถึงการดำเนินการแก้ไขข้อพิพาท การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโรงเรียน ในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย หรือการดำเนินคดีต่าง ๆ ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
7 เพื่อบริหารโครงสร้างโรงเรียน การจัดเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำรายงาน การควบคุมภายใน การดำเนินธุรกิจ และการปฏิบัติตามนโยบายและกระบวนการของโรงเรียน ซึ่งรวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมความเสี่ยง ความปลอดภัย การตรวจสอบบัญชี การเงินและการบัญชี ระบบและการดำเนินการเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจของโรงเรียน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
8 เพื่อใช้ในการโอน การควบรวมกิจการ การฟื้นฟูกิจการ หรือเหตุการณ์ในทำนองเดียวกัน ซึ่งโรงเรียนอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สามรายใดรายหนึ่ง หรือหลายรายซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้น ๆ เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
9 เพื่อดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จของธุรกรรม การตั้งหนี้ การชำระเงิน การหักบัญชี รายการบัญชี และตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชี และหมายเลขบัตรเครดิต หรือเดบิต และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน การคืนเงิน การออกใบสำคัญรับเงินใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ การชำระหนี้ การเรียกเก็บเงิน และการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับบัญชีของท่านในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจของโรงเรียน การปฏิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
10 เพื่อการบริหารกิจการของโรงเรียน ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ระบุ และตรวจสอบการทุจริต การฟอกเงิน การก่อการร้าย การทุจริตประพฤติโดยมิชอบ หรือการก่ออาชญากรรมอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าของโรงเรียน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
11 เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ จัดเตรียมกิจกรรม การดำเนินงานตามสัญญา และเพื่อดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการบริหารสัญญา หรือการเข้าทำสัญญาเพิ่มเติมในคราวต่อ ๆ ไป การปฏิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
12 เพื่อเป็นฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้เสียของโรงเรียน และ/หรือใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารความสัมพันธ์ หรือการติดต่อประสานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนและท่าน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
13 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ทั้งใน และต่างประเทศที่ใช้บังคับ และเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ รวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินคดี การปฏิบัติตามกฎหมาย
14 เพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษี โดยเป็นไปตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายหรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 86/4 ของประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น การปฏิบัติตามสัญญา/การปฏิบัติตามกฎหมาย
15 เพื่อการรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร และทรัพย์สินของโรงเรียน รวมถึงความปลอดภัยของนักเรียน บุคลากร และผู้มาติดต่อ ผ่านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และระบบบันทึกข้อมูลการเข้า-ออกพื้นที่ เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
16 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น การแจ้งข้อมูลต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ภายในโรงเรียน ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ (Vital Interest)

ข้อ 4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

4.1 โรงเรียนอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามกฎหมายให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (รวมถึง บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด) ในฐานะผู้ให้บริการงานส่วนกลาง (Shared Services) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการงานจัดซื้อ งานบัญชี งานกฎหมาย และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามสัญญา ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของหน่วยงานดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  2. ผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียน มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่โรงเรียน ในการให้บริการต่าง ๆ รวมถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ในนามโรงเรียน หรือร่วมกับโรงเรียน เพื่อดำเนินวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ และมีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล บริการชำระเงิน การตรวจสอบทางบัญชี หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของโรงเรียน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของโรงเรียน

  3. ที่ปรึกษาของโรงเรียน อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของโรงเรียน เป็นต้น

  4. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล และกรมบังคับคดี เป็นต้น

  5. ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ จากโรงเรียน รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมหรือซื้อกิจการ เป็นต้น

4.2 โรงเรียนจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน โรงเรียนจะขอความยินยอมจากท่านก่อน

ข้อ 5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

โรงเรียนอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือคลาวด์ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์สำเร็จรูปและรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่โรงเรียน จะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

ในกรณีที่โรงเรียน ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ โรงเรียนจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยในบางกรณี โรงเรียนอาจขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

ข้อ 6. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 โรงเรียนจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผล ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ แบ่งได้ดังนี้

  1. กรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่โรงเรียนในฐานะที่ท่านเป็นคู่สัญญา คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า ผู้เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านั้น โดยโรงเรียนจะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ท่านตามระยะเวลาในสัญญา และจะเก็บต่อไปอีก 12 ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดสัญญาหรือสิ้นสุดความสัมพันธ์กับท่าน

  2. ในกรณีมีการขอใช้สิทธิตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ โรงเรียนจะเก็บหลักฐานประวัติการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่โรงเรียนพิจารณาคำขอของท่านแล้วเสร็จ

  3. กรณีอื่น ๆ โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของโรงเรียน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี) ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต

6.2 เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือโดยชอบตามกฎหมาย

ข้อ 7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่โรงเรียนใช้ติดต่อท่าน โดยโรงเรียนจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยท่านสามารถส่งคำขอให้โรงเรียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่โรงเรียนกำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม: หากท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับโรงเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพ ไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรือมีสัญญาระหว่างท่านกับโรงเรียนที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หรืออาจส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้

  2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียน และขอให้โรงเรียนทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้โรงเรียนเปิดเผยว่าโรงเรียนได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

  3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่โรงเรียนได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยัง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

  4. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียน หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ

  5. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าโรงเรียนหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อโรงเรียนเห็นว่าสามารถปฏิบัติตามที่ท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

  6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่โรงเรียนอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใด ที่โรงเรียนหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้โรงเรียนระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทน

  7. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ หากท่านประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับภาพ โรงเรียนจะทำการแก้ไขเฉพาะรายการข้อมูลที่เกี่ยวกับภาพของท่านเพื่อให้ถูกต้อง ตามความจำเป็นของโรงเรียนที่ชอบด้วยกฎหมายและในกรณีที่การดำเนินการตามคำขอก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายโรงเรียนอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากท่าน

  8. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อโรงเรียนผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 8. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

8.1 การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งโรงเรียนได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือกรอกข้อมูลผ่าน แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีท่านประสงค์ใช้สิทธิถอนความยินยอมสามารถกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอถอนความยินยอม ทั้งนี้ โรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ดี โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือโรงเรียนจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากโรงเรียนดำเนินการตามคำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยโรงเรียนจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ ทั้งนี้ หากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือคำร้องขอฟุ่มเฟือยโรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่โรงเรียนกำหนด

8.2 โรงเรียนจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ เนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค

8.3 ในบางสถานการณ์โรงเรียนอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งโรงเรียนจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้

8.4 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่โรงเรียนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงโรงเรียนอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากโรงเรียน มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

8.5 โรงเรียนจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อโรงเรียนในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและบริเวณรอบข้าง ทรัพย์สินของโรงเรียน ความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม ความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ข้อ 9. มาตราการการรักษาความปลอดภัย

มาตรการการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งโรงเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน

ข้อ 10. ช่องทางการติดต่อโรงเรียน

โรงเรียนได้มอบหมายให้ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : DPO@Learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไป : ติดต่อฝ่ายจัดซื้อ

อีเมล : PC@Ondemand.in.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

กรุงเทพมหานคร 10330

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-114-6956 ต่อ 04

ข้อ 11. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวที่จะมีผลบังคับใช้ ณ เวลาที่ได้เผยแพร่ต่อไปโดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น โรงเรียนจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือใช้บริการจากโรงเรียน หรือเว็บไซต์ของโรงเรียน

ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

3สำหรับบุคลากร ครู และพนักงานFor Staff, Teachers & Employees

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

สำหรับบุคลากร ครู และพนักงาน โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถมและอนุบาล

โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถม (“โรงเรียน”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณครูและบุคลากรของโรงเรียน และมุ่งมั่นที่จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้มีความมั่นคงปลอดภัย โรงเรียนจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงให้ท่านทราบถึงแนวทางปฏิบัติของโรงเรียนเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“การประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ตลอดจนวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล ระยะเวลาในการเก็บรักษา และสิทธิต่างๆ ของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

ข้อ 1. คำนิยาม

“ท่าน” หรือ “บุคลากร”

หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ปฏิบัติงาน ปฏิบัติหน้าที่ หรือให้บริการแก่โรงเรียน ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ซึ่งรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้

  1. บุคลากรภายใน ได้แก่ คุณครู และบุคลากรทางการศึกษา (ตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการกำหนดจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในระบบ) เจ้าหน้าที่ บุคลากรประจำ พนักงานอัตราจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว พี่เลี้ยงเด็ก ครูผู้ช่วย และพนักงานทุกระดับของโรงเรียน

  2. ผู้รับจ้างอิสระและวิทยากรภายนอก ได้แก่ ผู้รับจ้างทำของอิสระ (Freelance) วิทยากร หรือที่ปรึกษา ที่เข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงในการปฏิบัติงานหรือให้บริการแก่โรงเรียนเป็นรายครั้งหรือตามช่วงเวลาที่กำหนด

  3. บุคลากรของผู้ให้บริการภายนอก (Outsource) ได้แก่ บุคลากรหรือพนักงานที่อยู่ภายใต้การจ้างงานของผู้ให้บริการภายนอก ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในพื้นที่หรือระบบสารสนเทศของโรงเรียน

  4. ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือก และ อยู่ระหว่างกระบวนการเตรียมเข้าทำสัญญา

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

ข้อ 2. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านซึ่งอาจได้แก่ข้อมูลดังต่อไปนี้ โดยอาจแตกต่างกัน แล้วแต่กรณี และลักษณะของกิจกรรมที่โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่าน

  1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ สถานที่เกิด เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่าย ลายมือชื่อ สัญชาติ สถานภาพสมรส สถานภาพทางทหาร

  2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัยในประเทศไทยและต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีผู้ใช้สำหรับไลน์แอปพลิเคชัน (Line ID) ข้อมูลในเฟสบุ๊คที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ อินสตาแกรม และข้อมูลอื่น ๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน

  3. ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา การฝึกอบรม เช่น ประวัติการศึกษา ชื่อสถาบัน คณะ สาขาวิชา และปีที่จบ ผลการศึกษา ผลการทดสอบ ประวัติการฝึกอบรม หรือฝึกงาน ใบรับรองคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ระบุในใบสมัคร ความสามารถ การพัฒนาศักยภาพ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากต่างประเทศ คุณสมบัติด้านวิชาชีพ ความสามารถทางด้านภาษา และความสามารถอื่น ๆ

  4. ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานก่อนหน้า เช่น ประวัติการทำงาน ประสบการณ์การทำงาน ซึ่งรวมถึงตำแหน่ง เงินเดือน ผลการประเมินการทำงาน

  5. ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครงาน เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน จดหมายสมัครงาน ข้อมูลตามเอกสารที่ท่านส่งมอบให้แก่โรงเรียน เช่น ข้อมูลที่ปรากฏในใบสมัครงาน Resume, Curriculum Vitae (CV) เงินเดือนที่คาดหวัง เอกสารแนบใบสมัครงาน ข้อมูลการสัมภาษณ์งาน วีดีโอการแนะนำตัว ข้อมูลที่ท่านแจ้งแก่โรงเรียนในระหว่างการสัมภาษณ์งาน หลักฐานหรือหนังสืออ้างอิงต่าง ๆ และข้อมูลที่ปรากฏในแบบประเมินผลการสัมภาษณ์ ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการสรรหาและคัดเลือก เช่น ผลการประเมิน ความรู้และประสบการณ์ คุณลักษณะส่วนบุคคล การทำงานกับผู้อื่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และเอกสารใบรับรองที่ประกอบการพิจารณา ตลอดจนประวัติการถูกลงโทษทางวินัย การทุจริตต่อหน้าที่ หรือการถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้จัดการหรือผู้บริหาร)

  6. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครงานหรือทำนิติกรรม/ติดต่อราชการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง ข้อมูลหน้าการตรวจลงตรา (Visa) รอยตราประทับเข้าประเทศ บัตรขาเข้า/ขาออก (ตม.6) ข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศ (เช่น พาหนะที่เดินทาง ด่านที่เดินทางเข้ามา) สำเนาใบสำคัญคนต่างด้าว สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบสำคัญการเกณฑ์ทหาร สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหนังสืออนุญาตให้ปฏิบัติการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และสิ่งที่สามารถระบุตัวตนอื่น ใบอนุญาตอื่นใดที่เกี่ยวกับตำแหน่งงานของท่าน แบบระบุนามผู้รับผลประโยชน์ แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน หนังสือยินยอมให้สอบประวัติบุคคล หนังสือค้ำประกันการทำงาน หนังสือมอบอำนาจ

  7. ข้อมูลในระหว่างปฏิบัติงาน เช่น รหัสพนักงาน ตำแหน่ง แผนก สังกัด การประเมินผลการปฏิบัติงาน พฤติกรรมในการทำงาน ผลงานและ/หรือรางวัลที่ได้รับ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา การดูแลสิทธิประโยชน์สวัสดิการ ข้อมูลการฝึกอบรม ข้อมูลการลงโทษทางวินัย ข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือโอนย้ายบุคลากร เอกสารการแต่งตั้งและถอดถอนบุคลากรทางการศึกษา ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน เป้าหมายการทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับความประพฤติการหรือวินัยการทำงาน ใบลาออก และเหตุผลที่ลาออก สาเหตุการพ้นสภาพ

  8. ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เช่น การบันทึกการใช้ระบบต่าง ๆ ของโรงเรียน ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าออกสถานที่ทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งอุบัติเหตุ และความปลอดภัยในที่ทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางเพื่อการปฏิบัติงาน หรือที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่การงาน

  9. ข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์และค่าตอบแทน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทน โบนัส รายละเอียดเกี่ยวกับค่าบำเหน็จ สวัสดิการ เลขบัญชีธนาคาร หนังสือยินยอมให้หักเงินเดือน ข้อมูลของผู้รับผลประโยชน์ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันสังคม ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ (รวมถึงการหักเงินสะสม เงินสมทบ และแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เช่น สท. 1-01, สท. 1-02) ข้อมูลด้านภาษีอากร และการหักลดหย่อนภาษี ข้อมูลสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพ และ/หรือผลประโยชน์อื่น ๆ แบบแจ้งการลาคลอด แบบการเรียกค่าสินไหมทดแทน (สำหรับการประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิต)

  10. ข้อมูลเกี่ยวกับสถิติทางทะเบียน เช่น วันที่เริ่มงาน วันครบกำหนดทดลองงาน วันและเวลาที่เข้าทำงาน จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน จำนวนชั่วโมงที่ทำงานล่วงเวลา วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลา แบบแจ้งการลา รายละเอียดการลา รวมถึงสาเหตุการลา

  11. ข้อมูลที่ได้จากการทำแบบทดสอบต่าง ๆ เช่น นิสัย พฤติกรรม ทัศนคติ ความถนัด ทักษะ ภาวะความเป็นผู้นำ ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ความฉลาดทางอารมณ์ ความมีวินัย หรือลักษณะอื่น ๆ ซึ่งอาจได้มาจากการสังเกต และวิเคราะห์ของโรงเรียนในระหว่างที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน

  12. ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่โรงเรียนได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงข้อมูลการสื่อสาร และการใช้อีเมล อุปกรณ์สื่อสารของโรงเรียนในระหว่างปฏิบัติงาน

  13. ข้อมูลอื่นๆ เช่น เสียง ภาพนิ่ง และ/หรือภาพเคลื่อนไหว ที่ได้จากกล้องวงจรปิด รวมถึง ข้อมูลอื่นใดที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแคมเปญต่าง ๆ ที่โรงเรียน

  14. ข้อมูลบุคคลภายนอกที่ท่านให้ไว้ หรือข้อมูลที่โรงเรียนได้จากบุคคลภายนอก เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นซึ่งท่านรับรองต่อโรงเรียนว่า ท่านได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวให้เปิดเผยข้อมูลแก่โรงเรียน รวมถึงยินยอมให้โรงเรียนประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ได้แก่ ชื่อนามสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน/หนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของคู่สมรส อาชีพ สถานที่ทำงาน และหมายเลขโทรศัพท์ของคู่สมรส บุตร บิดา มารดา หรือบุคคลในครอบครัวที่โรงเรียนสามารถติดต่อในกรณีฉุกเฉิน หรือบุคคลที่ท่านอ้างอิงเพื่อการตรวจสอบและรับรองการทำงาน และ/หรือผู้ค้ำประกันการทำงาน ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ หรือพยานในเอกสารต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่บุคคลภายนอกให้ไว้ เกี่ยวกับรายละเอียด พฤติกรรม

  15. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอมในระหว่างปฏิบัติงาน เช่น ข้อมูลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แก่โรงเรียนในระหว่างการปฏิบัติงาน หรือระหว่างที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน

  16. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ปรากฏในแบบฟอร์ม เช่น ข้อมูลที่ท่านจำเป็นต้องกรอกในเอกสาร แบบคำขอ หรือแบบฟอร์มต่าง ๆ ของโรงเรียน รวมถึงแบบฟอร์มสำหรับติดต่อหน่วยงานราชการ (เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน คุรุสภา กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)) หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจ้างงานและการปฏิบัติตามกฎหมายของโรงเรียน

ข้อ 3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

3.1 ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวและวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวม

ในการจ้างงานและการปฏิบัติตามสัญญา โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ซึ่งโรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ เพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลของท่าน โดยโรงเรียนจะประมวลผลภายใต้ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) ฐานเพื่อการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม การประเมินความสามารถในการทำงาน และ/หรือ ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) แล้วแต่กรณี เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลสุขภาพ เช่น ความพิการ โรคประจำตัว ตาบอดสี ผลการตรวจร่างกาย หมู่โลหิต ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาพยาบาล ผลการตรวจหาสารเสพติด รวมถึงประวัติการประเมินความผิดปกติทางจิต สภาพความเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และข้อมูลลักษณะต้องห้ามด้านสุขภาพตามกฎหมาย (ได้แก่ โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม, วัณโรคในระยะติดต่อ, โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม, โรคติดยาเสพติดให้โทษ, โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3) ซึ่งอาจปรากฏในเอกสารตรวจสุขภาพหรือแบบฟอร์มขอรับใบอนุญาตทำงาน (เช่น บต.25) หรือแบบฟอร์มคำขอของคุรุสภา (เช่น คส.10) เพื่อประโยชน์ในการประเมินความพร้อมในการทำงาน การพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้จัดการหรือผู้บริหารสถานศึกษา การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของบุคลากรตามสิทธิ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  2. ประวัติอาชญากรรม ซึ่งจะเก็บจากเอกสารที่ท่านนำมาแสดง (เช่น หนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือจากประเทศต้นทางสำหรับชาวต่างชาติ (Police Clearance Certificate)) หรือที่ท่านยินยอมให้ตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงข้อมูลที่ปรากฏในแบบคำขออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครู (เช่น คส.10) เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน การพิจารณารับเข้าทำงาน เฉพาะบางตำแหน่งที่โรงเรียนกำหนด หรือเพื่อใช้ประกอบการขอรับใบอนุญาต/ขอผ่อนผันการประกอบวิชาชีพครูกับหน่วยงานราชการ ตลอดจนเพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

  3. ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา เพื่อประกอบการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม และสวัสดิการที่เหมาะสม รวมถึงเพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านการดูแลบุคลากรอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน

  4. ข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) เช่น ลายนิ้วมือ (ลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือเพื่อใช้ประกอบแบบคำขอของหน่วยงานราชการ เช่น แบบ ตม.7, ตม.86 และ ตม.87 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) และข้อมูลการสแกนใบหน้า (Face Recognition) เพื่อใช้ในการบันทึกเวลาปฏิบัติงาน และการควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้า-ออกบริเวณอาคารสถานที่ของโรงเรียน (Access Control)

  5. ข้อมูลเชื้อชาติ เช่น เชื้อชาติ ที่กรอกลงในแบบฟอร์มใบสมัครงาน หรือเอกสารราชการอื่นใดที่ท่านได้ส่งมอบให้แก่โรงเรียน

  6. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ระเบียบของหน่วยงานต้นสังกัด หรือวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายอื่นกำหนด เช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลในกรณีที่ท่านไม่สามารถให้ความยินยอมได้

3.2 ผลกระทบจากการปฏิเสธการให้ข้อมูลอ่อนไหว และการจัดการข้อมูลบนเอกสารราชการ

  1. กรณีข้อมูลอ่อนไหวที่จำเป็นตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามข้อ 3.1 ที่โรงเรียนจำเป็นต้องเก็บรวบรวม เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบของหน่วยงานราชการ (เช่น กระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คุรุสภา หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)) หรือมีความจำเป็นเพื่อการประเมินความพร้อมและคุณสมบัติตามกฎหมายในการทำงาน หากท่านปฏิเสธการให้ข้อมูล หรือไม่ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว โรงเรียนจะไม่สามารถดำเนินการจ้างงาน ขอรับใบอนุญาตทำงาน ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือจัดสวัสดิการตามกฎหมายให้แก่ท่านได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติของท่านก่อนและระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และจำเป็นต้องยุติการจ้างงานเนื่องจากขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายบังคับกำหนด

  1. กรณีข้อมูลอ่อนไหวที่ปรากฏบนเอกสารราชการที่ไม่อาจปกปิดได้

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น ศาสนา ที่ปรากฏอยู่บนเอกสารราชการ (เช่น สำเนาหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชน) โรงเรียนมีความจำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่านในการจัดเก็บเอกสารดังกล่าวในรูปแบบที่สมบูรณ์ โดยโรงเรียนจะจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวเหล่านี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนเท่านั้น และจะไม่นำไปประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดโดยไม่ได้รับความยินยอม

ข้อ 4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

โดยทั่วไปโรงเรียนจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีโรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมหรือได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม หรือแหล่งข้อมูลอื่น เช่น หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะ โดยมีรายละเอียดแหล่งที่มาของข้อมูล ดังต่อไปนี้

4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากท่านโดยตรง เมื่อท่านยื่นใบสมัครงานและเอกสารประกอบการสมัครงานให้แก่โรงเรียน (ทั้งในรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์ หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์) ได้แก่

  1. เมื่อท่านกรอกข้อมูลลงในเอกสาร แบบฟอร์มที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางโรงเรียนได้กำหนด

  2. ข้อมูลที่เกิดจากการให้สัมภาษณ์ หรือข้อมูลที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน

  3. ข้อมูลที่ได้จากการส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏอยู่มาให้กับโรงเรียน (เช่น การยื่นเอกสารเพื่อขอทำวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ)

  4. ข้อมูลเมื่อท่านระบุ หรือตั้งค่าเป็นสาธารณะผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มเครือข่ายทางวิชาชีพ (เช่น LinkedIn) รวมถึงข้อมูลที่ได้จากการเข้าทำสัญญากับโรงเรียน

  5. ข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หรือระบบสารสนเทศของโรงเรียน

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก (Third Parties) หรือแหล่งอื่น

  1. บุคคลอ้างอิง อดีตนายจ้าง และตัวแทน เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น บุคคลที่ท่านระบุไว้เป็นบุคคลอ้างอิง (Reference) ผู้ค้ำประกันการทำงาน อดีตนายจ้างของท่าน ตัวแทน หรือผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินการแทนท่าน (เช่น ตัวแทนดำเนินการเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน) บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency) หรือผู้ให้บริการจัดหาบุคลากร (Outsource)

  2. หน่วยงานราชการและสถานทูต เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากการตรวจสอบประวัติกับหน่วยงานที่มีอำนาจ (เช่น ประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) หรือการตรวจสอบสถานะคุณสมบัติและใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง (เช่น คุรุสภา, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)) ตลอดจนสถานทูตหรือสถานกงสุล

  3. สถาบันการศึกษา เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาที่ท่านสำเร็จการศึกษา เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบความถูกต้องของวุฒิการศึกษาและใบรายงานผลการศึกษา (Transcript)

  4. เจ้าบ้าน หรือผู้ให้เช่าที่พักอาศัย เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าบ้าน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม เพื่อใช้ประกอบการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว (ตม.30) และการรายงานตัวของคนต่างด้าว

  5. สถานพยาบาล เช่น ข้อมูลสุขภาพ ผลการตรวจร่างกาย ผลการตรวจหาสารเสพติด หรือใบรับรองแพทย์ ที่ได้รับจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่โรงเรียนกำหนดหรือที่ท่านเข้ารับการตรวจ

  6. นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรของโรงเรียน เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากการประเมินผลการสอน การให้ข้อเสนอแนะ การร้องเรียน หรือการรายงานพฤติกรรมจากนักเรียน ผู้ปกครอง เพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชา

  7. พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการ เช่น บริษัทประกันสุขภาพ บริษัทประกันชีวิต กองทุนสงเคราะห์ หรือสถาบันการเงิน ในกรณีที่มีการประสานงานเรื่องสวัสดิการและค่าตอบแทนของท่าน

  8. แหล่งข้อมูลสาธารณะ (Public Sources) เช่น ข้อมูลของท่านที่เปิดเผยต่อสาธารณะ การค้นหาข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ฐานข้อมูลสาธารณะ หรือบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)

  9. ระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เช่น ข้อมูลที่ถูกบันทึกโดยอัตโนมัติเมื่อท่านเข้ามาในบริเวณโรงเรียน หรือใช้ระบบของโรงเรียน เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ข้อมูลการสแกนใบหน้า (Face Recognition) ข้อมูลการเข้า-ออกสถานที่ (Access Control) หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log Files)

ข้อ 5. วัตถุประสงค์และฐานการประมวลผล

5.1 โรงเรียนประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการตามสัญญาจ้าง สัญญาอื่นใดที่ท่านเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่โรงเรียน อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้โรงเรียน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือไม่สามารถให้สิทธิภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

5.2 ในกรณีที่โรงเรียนจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนด โรงเรียนจะจัดให้มีประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และ/หรือแจ้งไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฉบับนี้

5.3 โรงเรียนประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป โดยอาจอาศัยหรืออ้าง (1) ฐานความยินยอมเพื่อประมวลผลข้อมูลของท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญา หรือการเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียนและของบุคคลภายนอก (5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (6) ฐานประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี

5.4 ในกรณีที่โรงเรียนมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ของท่านตามที่ระบุในข้อ 3 โรงเรียนจะอาศัย ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) เป็นหลัก เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม เช่น เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายด้านการคุ้มครองแรงงานและการจัดสวัสดิการสังคม การประเมินความสามารถในการทำงาน หรือเพื่อก่อตั้ง ปฏิบัติตาม หรือยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลของท่านโดยแยกตามกิจกรรมที่โรงเรียนดำเนินการภายใต้ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังที่ระบุตามตารางนี้

ลำดับ วัตถุประสงค์ ฐานการประมวลผล
1 เพื่อพิจารณาดำเนินการตามคำขอของท่านในการสมัครงานกับโรงเรียน (ทั้งกรณี Walk-in และผ่านช่องทางแพลตฟอร์มหางาน หรือ Job Portal) โดยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกนำไปใช้ในกระบวนการสรรหา การคัดกรอง การสัมภาษณ์ การจัดทำและจัดเก็บทะเบียนประวัติทั้งในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และเอกสาร (Hard Copy) การตรวจสอบคุณสมบัติ สถานภาพทางทหาร การตรวจสอบลักษณะต้องห้ามและมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำหรับตำแหน่งครู) และการตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎหมายแรงงาน (สำหรับกรณีไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษา) รวมถึงใช้เพื่อการเข้าทำสัญญาจ้าง สัญญาการรักษาความลับ (NDA) การปฏิบัติตามสัญญา ตลอดจนการบริหารจัดการเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการคัดเลือก ทำสัญญาจ้าง และจ่ายค่าตอบแทน) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับตรวจสอบคุณสมบัติวิชาชีพครู/กฎหมายแรงงาน) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการบริหารงานสรรหาและจัดเก็บแฟ้มประวัติ)
2 การขึ้นทะเบียนบุคลากร การจัดเตรียมบัตรพนักงาน การจัดทำนามบัตร วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อีเมล username & password สำหรับการเข้าระบบต่าง ๆ ที่จำเป็น การจัดทำเครื่องแบบบุคลากร และอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมและอำนวยความสะดวกสำหรับการปฏิบัติงาน การปฏิบัติตามสัญญา
3 การจัดทำหรือต่ออายุวีซ่า การขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ตม.86) การขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (ตม.7) การจัดทำหนังสือรับรองจากโรงเรียนเพื่อขอ Non-Immigrant Visa “B” การจัดทำใบอนุญาตทำงาน การขอรับแบบอนุญาตทำงาน (บต.25) แบบรับรองการจ้าง (บต.46) การขอรับ/ขอผ่อนผันใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (สำหรับบุคลากรครูที่ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพ) และการขออนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาต ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการจัดการเอกสารขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ให้แก่ครอบครัวหรือผู้ติดตามของท่าน การสืบค้นและพิมพ์เอกสารจากระบบสารสนเทศของหน่วยงานราชการ (เช่น คุรุสภา) การเก็บข้อมูลใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต (เฉพาะตำแหน่งซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับใบอนุญาต) และการปรับปรุงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการทำวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และใบประกอบวิชาชีพ) / ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการสนับสนุนการจ้างงานตามเงื่อนไขสัญญา) / ฐานความยินยอม (สำหรับการอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารให้แก่ครอบครัวหรือผู้ติดตาม)
4 เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน (เช่น ข้อมูลสุขภาพ โรคประจำตัว โรคติดต่อ ผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและประจำปี ผลการตรวจหาสารเสพติด และผลการประเมินสภาพความเป็นคนไร้ความสามารถ) เพื่อประเมินสภาพความพร้อมและความสามารถในการปฏิบัติงานตามระเบียบของโรงเรียนหรือตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเพื่อการบริหารจัดการด้านสวัสดิการ การขึ้นทะเบียนประกันสังคม การทำประกันชีวิตและประกันภัยกลุ่ม โดยอาจมีการนำข้อมูลจากทะเบียนประวัติไปจัดทำแบบฟอร์มเพื่อดำเนินการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตลอดจนการจัดการสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ตามที่ท่านระบุ ทั้งนี้ รวมถึงการเปิดเผยและรับข้อมูลผลการตรวจสุขภาพจากสถานพยาบาลคู่สัญญา เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพอนามัย การป้องกันโรคติดต่อ และการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการนำข้อมูลสุขภาพไปขึ้นทะเบียนประกันสังคม, เบิกจ่ายกับ สช., หรือตรวจสุขภาพตามที่กฎหมายแรงงานบังคับ) ความยินยอม (สำหรับการนำข้อมูลสุขภาพไปทำสวัสดิการอื่นที่นายจ้างให้เพิ่มเอง (เช่น ประกันภัยกลุ่ม), การประสานงานกับโรงพยา บาลคู่สัญญา, และการตรวจหาสารเสพติด)
5 เพื่อการบริหารจัดการด้านความพิการ การจัดสวัสดิการ และการปฏิบัติตามกฎหมาย สำหรับการพิจารณาจัดสรรสวัสดิการที่เหมาะสม การปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน การคุ้มครองสิทธิแรงงานตามกฎหมาย ตลอดจนการจัดทำรายงานข้อมูลการจ้างงานเพื่อนำส่งแก่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง (เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมการจัดหางาน กรมสรรพากร) เพื่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกฎหมายด้านแรงงานหรือสวัสดิการสังคมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตามกฎหมาย /ความยินยอม (สำหรับการพิจารณาจัดสวัสดิการพิเศษ หรือการปรับสิ่งอำนวยความสะดวกในที่ทำงานให้เหมาะสม)
6 การเก็บบันทึกและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากการเข้า-ออกพื้นที่ (เช่น ข้อมูลการแลกบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลทะเบียนยานพาหนะ และภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)) เพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุและยืนยันตัวตน การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณโรงเรียน อาคารหอพัก และพื้นที่ในความรับผิดชอบของโรงเรียน ตลอดจนการป้องกันและตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายหรืออาชญากรรม รวมถึงการเปิดเผยภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดภายในห้องเรียนให้แก่ผู้ปกครองของนักเรียน เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตามพัฒนาการ สวัสดิภาพ และความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
7 การเก็บรวบรวม บันทึก และประมวลผลข้อมูลประวัติอาชญากรรม เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน การตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับคุรุสภาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอหนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และการดำเนินการด้านวีซ่า (Visa) ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่สถานทูต สถานกงสุล หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการตรวจสอบประวัติ การยืนยันความถูกต้องของเอกสาร และการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคนเข้าเมือง
การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการยื่นขอใบอนุญาตคุรุสภา วีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และหน่วยงานรัฐ) / ความยินยอม (ตรวจสอบความเหมาะสมในการจ้างงานเป็นการภายใน)
8 การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม และสวัสดิการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักศาสนบัญญัติของบุคลากร (เช่น การจัดเตรียมอาหาร การจัดสิทธิวันลาเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และการจัดพื้นที่ปฏิบัติศาสนกิจ) รวมถึงเพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านงานบุคคล การดูแลและปฏิบัติส่งเสริมความเท่าเทียม เป็นธรรม และเคารพในความหลากหลายตามหลักสิทธิมนุษยชนภายในโรงเรียน ความยินยอม
9 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการของบุคลากร ได้แก่ การคำนวณและจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา (OT) โบนัส ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าวิชาชีพ ค่าตำแหน่ง เงินประจำตำแหน่งครูหรือผู้บริหาร และผลประโยชน์ทางการเงินอื่น ๆ รวมถึงการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น การหักภาษี ณ ที่จ่าย การนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม กองทุนสงเคราะห์ หรือกองทุนอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนกำหนด ตลอดจนการประสานงานและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และเลขที่บัญชี) ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นคู่สัญญาของโรงเรียน (เช่น ธนาคารกรุงเทพ) เพื่อการเปิดบัญชีเงินเดือนและการโอนจ่ายเงินค่าตอบแทน และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ การฝึกอบรม หรือการจัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกห้องเรียนของโรงเรียน การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส สวัสดิการ และการจัดการค่าใช้จ่ายเดินทาง) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการหักภาษี ประกันสังคม กองทุนสงเคราะห์ และการเปิดบัญชีเงินเดือน)
10 การบริหารจัดการเรื่องกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนเงินทดแทน กองทุนสงเคราะห์ (รวมถึงการหักและนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ว่าด้วยการส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ ตลอดจนการจัดทำแบบฟอร์ม สท. 1-01 และ สท. 1-02) การบริหารจัดการด้านภาษีอากร เช่น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (ล.ป.10.1) เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษี รวมถึงการดำเนินการต่างๆ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการนำส่งภาษี ประกันสังคม กองทุนสงเคราะห์ และกองทุนเงินทดแทน) / การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือสวัสดิการอื่นตามข้อตกลง)
11 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย สวัสดิภาพ และการคมนาคมขนส่งภายในโรงเรียน ได้แก่ การวางมาตรการป้องกัน ป้องปราม และบรรเทาอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือเหตุฉุกเฉินใด ๆ ภายในพื้นที่โรงเรียนและหอพักบุคลากร รวมถึงการบันทึกและจัดทำรายงานการเข้ารับบริการ ณ ห้องพยาบาลของโรงเรียน (เช่น ข้อมูลอาการป่วย ประวัติการแพ้ยา และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสภาวะปกติ) การตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและการรักษาความปลอดภัยของบุคคล ทรัพย์สิน และอาคารสถานที่ของโรงเรียน ตลอดจนการบริหารจัดการ จัดสรร และควบคุมระบบรถรับ-ส่งบุคลากรเพื่อการปฏิบัติงาน ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่และการจัดการรถรับ-ส่ง) /ความยินยอม (สำหรับการบันทึกข้อมูลอาการป่วยและประวัติแพ้ยา ณ ห้องพยาบาล) / การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการจัดสวัสดิการรถรับ-ส่งหอพักตามสัญญาจ้าง)
12 การประมวลผลและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ (รวมถึงข้อมูลโรคประจำตัว กรุ๊ปเลือด และประวัติการรักษาพยาบาล) ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน เหตุฉุกเฉินวิกฤต หรือสภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และสุขภาพของครูและบุคลากรอย่างทันท่วงที ซึ่งรวมถึงการนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่างเร่งด่วน การประสานงานและเปิดเผยข้อมูลอาการป่วยและข้อมูลสิทธิการรักษาพยาบาลที่จำเป็นแก่แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ หรือหน่วยงานกู้ภัยผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเข้าถึงและใช้ข้อมูลติดต่อฉุกเฉินเพื่อประสานงานแจ้งเหตุแก่ญาติ ครอบครัว หรือผู้รับผลประโยชน์ในกรณีฉุกเฉินดังกล่าว ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
13 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (เช่น ข้อมูลพฤติกรรมการทำงาน ข้อมูลทางวินัย ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลประวัติอาชญากรรม) เพื่อประโยชน์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโรงเรียนในขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายใด ๆ ทั้งในชั้นศาลและนอกศาล (เช่น ศาลแรงงาน ศาลแพ่ง หรือศาลอาญา) การสืบสวนสอบสวนภายในกรณีเกิดการกระทำความผิดทางวินัย การทุจริต หรือการละเมิดสัญญาจ้าง การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อการบังคับสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญา การเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนการชี้แจง ข้อเท็จจริง การส่งมอบเอกสาร หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิประโยชน์ของโรงเรียนต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมาย หน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานตรวจแรงงาน ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการตรวจสอบการทุจริตและการสืบสวนทางวินัย) / การก่อตั้ง การใช้ หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (สำหรับการดำเนินคดีและกระบวนการทางกฎหมาย)
14 การเปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของครูและบุคลากรให้แก่ผู้ให้บริการภายนอก (Outsource) หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคู่สัญญาของโรงเรียน เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการงานบุคคล ได้แก่ การจัดทำโครงสร้างเงินเดือนและการคำนวณจ่ายค่าตอบแทน (Payroll Outsource) การใช้งานระบบหรือแพลตฟอร์มบริหารงานบุคคลและประเมินผลการปฏิบัติงาน การตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือการจัดทดสอบทักษะวิชาชีพ (เช่น การทดสอบวัดระดับทางภาษาหรือวิชาการ) ตลอดจนการส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบประวัติความประพฤติ ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา และข้อมูลประวัติอาชญากรรมกับหน่วยงานหรือบริษัทผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่ได้รับมอบหมาย เพื่อตรวจสอบลักษณะต้องห้ามก่อนและระหว่างการจ้างงานตามที่กฎหมายกำหนด การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการส่งข้อมูลทำ Payroll) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการใช้ระบบ HR และทดสอบทักษะ) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการตรวจสอบลักษณะต้องห้าม) / ความยินยอมโดยชัดแจ้ง (สำหรับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม)
15 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการดำเนินกิจกรรมสื่อสารภายในโรงเรียน และการสื่อสารภายในกลุ่มบริษัทในเครือ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ตลอดจนการจัดสวัสดิการเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในหมู่บุคลากร ได้แก่ การประกาศแจ้งและร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสวันคล้ายวันเกิด การแสดงความยินดีในโอกาสมงคลหรือความก้าวหน้าทางวิชาชีพ (เช่น การเลื่อนตำแหน่ง การสมรส หรือการมีบุตร) ตลอดจนการเป็นสื่อกลางในการแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการสูญเสียบุคคลในครอบครัวของครูและบุคลากร ซึ่งรวมถึงการแจ้งประสานงานภายในโรงเรียนและบริษัทในเครือเพื่อการจัดส่งกระเช้าเยี่ยม ของขวัญสวัสดิการ เงินช่วยเหลือ หรือพวงหรีดแสดงความอาลัยในนามสถาบัน ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการจัดเตรียมสวัสดิการ กระเช้า พวงหรีด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์) / ความยินยอม (สำหรับการประกาศแจ้งเรื่องส่วนตัว) / การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบสวัสดิการที่โรงเรียนกำหนด)
16 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการตลอดระยะเวลาการจ้างงานและการพัฒนาบุคลากร ได้แก่ การบริหารงานทรัพยากรบุคคล การจัดกระบวนการทำงาน การจัดประชุมภายในและภายนอกสถาบัน การติดต่อประสานงาน และการนำข้อมูลของบุคลากรไปใช้อ้างอิง (Reference Check) ในกรณีที่จำเป็น รวมถึงการบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้ค้ำประกัน (เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติและการติดต่อประสานงานเพื่อการทำสัญญาค้ำประกันการทำงาน) การพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากร การฝึกอบรม การเก็บชั่วโมงพัฒนาวิชาชีพเพื่อการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการส่งเสริม ควบคุม และตรวจสอบการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูตามข้อบังคับของคุรุสภา กฎหมายว่าด้วยการศึกษาเอกชน และกฎระเบียบหรือข้อบังคับในการทำงานของโรงเรียน การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการบริหารงานตามสัญญาจ้างและการทำสัญญาค้ำประกัน) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการเก็บชั่วโมงวิชาชีพและจรรยาบรรณคุรุสภา) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการจัดประชุม ประสานงาน และอ้างอิงประวัติ)
17 การเก็บบันทึกภาพถ่ายนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว (วิดีโอ) และการบันทึกเสียง เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ การรายงานผลการดำเนินงาน การจัดทำหนังสือรุ่น/วารสาร การเก็บรวบรวมประวัติและผลงานของโรงเรียน ตลอดจนการผลิตสื่อการเรียนการสอน ซึ่งภาพบันทึกดังกล่าวอาจรวมถึงภาพของท่านในขณะปฏิบัติหน้าที่ ภาพพิธีการ ภาพรวมบรรยากาศ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมภายในและภายนอกโรงเรียน กิจกรรมความร่วมมือกับชุมชนและการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรม/ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมสานความสัมพันธ์ต่าง ๆ (เช่น งานเลี้ยงวันเกิด งานเลี้ยงปีใหม่ งานสังสรรค์ งานประชุม อบรม สัมมนา และการจัดงานท่องเที่ยวประจำปี) โดยโรงเรียนอาจนำภาพและเสียงดังกล่าวไปใช้เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกของโรงเรียน ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) และช่องทางประชาสัมพันธ์ของบริษัทในเครือ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับภาพบรรยากาศรวม) / ความยินยอม (สำหรับภาพเจาะ จงบุคคล) /การปฏิบัติตามสัญญา (กรณีเป็นหน้าที่ตามสัญญาจ้าง หรือมีการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเพิ่มเติม)
18 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการด้านเวลาทำงาน วันหยุด วันเปลี่ยนเวรปฏิบัติหน้าที่ วันลา และการขาดงานของครูและบุคลากร ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม บันทึก และตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการลา (เช่น ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองจากสถานพยาบาล หรือเอกสารทางราชการอื่น ๆ เพื่อประกอบการลาป่วย ลากิจ หรือลาคลอด) ตลอดจนการเก็บบันทึกรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม ประชุม หรืออบรมสัมมนาตามที่โรงเรียนกำหนด เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาอนุมัติการลา การคำนวณค่าจ้าง ค่าตอบแทน และโบนัส และการประเมินผลการปฏิบัติงานและความประพฤติของบุคลากร การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการบริหารเวลาทำงาน วันหยุด และคำนวณค่าตอบแทน) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการจัดเก็บใบรับรองแพทย์เพื่ออนุมัติสิทธิการลา)/ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อประเมินผล)
19 เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น ภาพถ่าย ภาพถ่ายวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว เสียง ชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง สังกัด และ/หรือ ประวัติการทำงาน) ในการจัดทำ ผลิต เผยแพร่ และบริหารจัดการสื่อโฆษณา สื่อประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ของโรงเรียน ทั้งในกรณีที่ท่านได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทน พรีเซ็นเตอร์ (Presenter) วิทยากร ผู้ให้สัมภาษณ์ หรือในกรณีที่ท่านปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของสื่อหรือกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล เว็บไซต์ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ป้ายโฆษณา นิทรรศการ เอกสารรายงาน หรือช่องทางสื่อสารอื่นใดของโรงเรียน เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำเสนอข่าวสาร กิจกรรม ผลงาน แคมเปญ หรือเสริมสร้างภาพลักษณ์อันดีของโรงเรียนสู่สาธารณะ ความยินยอม (สำหรับการถ่ายทำที่เจาะจงตัวบุคคลเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์หรือผู้ให้สัมภาษณ์) / ประ โยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับภาพรวมบรรยากาศที่ท่านปรากฏเป็นส่วนหนึ่งโดยไม่ได้ถูกเจาะจง) / การปฏิบัติตามสัญญา (กรณีที่หน้าที่ประชาสัมพันธ์ถูกระบุไว้ในสัญญาจ้างอย่างชัดเจน)
20 เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ผ่านการตอบแบบสอบถาม การประเมินผล การให้ข้อเสนอแนะ การแสดงความคิดเห็น หรือการรับเรื่องร้องเรียนตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด (เช่น การร้องเรียนเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน หรือความปลอดภัยอาชีวอนามัย) หรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน ความสัมพันธ์ในองค์กร และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ ประเมินผล ปรับปรุงกระบวนการทำงาน พัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการยกระดับสวัสดิการและสภาพแวดล้อมการทำงานของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมยิ่งขึ้น การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการจัดการข้อร้องเรียนตามกฎหมายแรงงาน เช่น อาชีวอนามัย หรือการล่วงละเมิดทางเพศ) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการเก็บข้อมูลแบบสอบถามทั่วไปเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน) / การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงาน) / ความยินยอม (สำหรับแบบสอบถามที่เก็บข้อมูลอ่อนไหว หรือการสำรวจที่อยู่นอกเหนือสภาพการจ้าง)
21 เพื่อการสื่อสารภายใน การประกาศสถานะ และการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากร (เช่น ชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง สังกัด ข้อมูลการติดต่อ ประวัติการทำงาน และผลงาน) สำหรับการจัดทำทำเนียบรายชื่อเพื่อการประสานงาน (Directory) การประกาศต้อนรับบุคลากรใหม่ การแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานะการทำงาน (เช่น การเลื่อนตำแหน่ง การย้ายหน่วยงาน การเกษียณอายุ หรือการพ้นสภาพ) การประกาศยกย่องบุคลากรดีเด่นหรือผู้ได้รับรางวัล ตลอดจนการใช้ประวัติและผลงานของท่านเพื่อเสนอชื่อขอรับรางวัล ประกาศเกียรติคุณ หรือเข้าร่วมการประเมินและประกวดแข่งขันกับหน่วยงานภายนอก (เช่น คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง) ทั้งนี้ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ การอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และการส่งเสริมขวัญกำลังใจของบุคลากรภายในโรงเรียน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎ หมาย/การปฏิบัติตามกฎหมาย/ ความยินยอม (สำหรับการเสนอชื่อเข้าร่วมประกวดกับหน่วยงานภายนอกอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีกฎหมายบังคับ)
22 เพื่อการปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมายและคำสั่งของหน่วยงานของรัฐ โดยประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของท่าน ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อดำเนินการจัดการ หักนำส่ง หรืออายัดเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ หรือค่าตอบแทนอื่นใดของท่าน ตามกระบวนการบังคับคดี หมายศาล คำสั่งของกรมบังคับคดี คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย การหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) การดำเนินการของกรมสรรพากร หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานราชการอื่นใดที่มีอำนาจตามกฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องดำเนินการ การปฏิบัติตามกฎหมาย
23 เพื่อการพัฒนาศักยภาพ การฝึกอบรม และการประเมินผลบุคลากร และบริหารจัดการด้านการฝึกอบรมทั้งการจัดอบรมภายในและการเข้าร่วมกับหน่วยงานภายนอก (รวมถึงการพิจารณาคัดเลือก สนับสนุน และส่งตัวบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาวิชาชีพ) การจัดเก็บประวัติและผลการเข้ารับการอบรม การกำหนดเป้าหมายในการทำงาน ตลอดจนการดำเนินการทดสอบ สอบวัดความรู้ และประเมินผลในด้านต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการประเมินและวิเคราะห์คุณลักษณะส่วนบุคคลของท่าน (เช่น นิสัย พฤติกรรม ทัศนคติ ความถนัด ทักษะ และภาวะความเป็นผู้นำ) ที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หรือการเข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน ทั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพ วางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร การปฏิบัติตามสัญญา / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / การปฏิบัติตามกฎหมาย (ฐานความยินยอมเฉพาะกรณีการประเมินที่มีการเก็บข้อมูลอ่อนไหว)
24 เพื่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน การพิจารณาค่าตอบแทน และการรับรองมาตรฐานวิชาชีพการติดตามและบันทึกผลการปฏิบัติงาน ซึ่งรวมถึงผลการประเมินจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา (การประเมินผลแบบ 360 องศา) การตรวจสอบประวัติทางการเงิน ประวัติทางคดี หรือประวัติการรักษาวินัย (เท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับกฎหมาย) ตลอดจนการวัดและประเมินผลด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สอนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการประเมินเพื่อการพัฒนาศักยภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน (เช่น การปฏิบัติหน้าที่ครู การจัดการเรียนรู้) การประเมินการปฏิบัติการสอนเพื่อรับรองมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพตามหลักเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด และการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาตามมาตรฐานตำแหน่ง โดยข้อมูลผลการประเมินทั้งหมดจะถูกนำไปใช้วิเคราะห์และพิจารณาประกอบการตัดสินใจในเรื่อง การปรับเปลี่ยนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การพิจารณาสถานภาพการจ้างงาน (เช่น การผ่านทดลองงาน หรือการต่อสัญญาจ้าง) ตลอดจนการพิจารณาจัดสรรค่าตอบแทนพิเศษ สวัสดิการ หรือโบนัส การปฏิบัติตามสัญญา / การปฏิบัติตามกฎหมาย / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (ฐานความยินยอมสำหรับข้อมูลประวัติอาชญากรรม ในกรณีที่ไม่มีกฎหมายอื่นให้อำนาจ)
25 การตรวจสอบ และสืบสวนสอบสวนกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต หรือพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับการทำงานของโรงเรียน (รวมถึงการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณ มรรยาท วินัย และหน้าที่) การพิจารณาและลงโทษทางวินัยของบุคลากร ตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาโทษนักเรียน มาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท และการปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองเด็ก ซึ่งอาจรวมถึงการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้องลงในรายงานอุบัติการณ์ (Incident Report) การรวบรวมพยานหลักฐาน ตลอดจนการดำเนินการใด ๆ เพื่อดำเนินคดี หรือดำเนินมาตรการเพื่อการก่อตั้ง การใช้ หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง เพื่อบังคับสิทธิตามสัญญาและตามกฎหมายของโรงเรียน ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการตรวจสอบ สืบสวนสอบสวนภายใน และการบันทึกรายงานอุบัติการณ์) /การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก) / การก่อตั้ง การใช้ หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (สำหรับการดำเนินคดีและบังคับสิทธิตามกฎหมาย)
26 เพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐและการดำเนินคดีตามกฎหมาย การรายงาน แจ้งความร้องทุกข์ หรือส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด การทุจริต หรือการฝ่าฝืนกฎหมายของบุคลากร ให้แก่หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีอำนาจตามที่กฎหมายกำหนด เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กรมสรรพากร กรมบังคับคดี ศาล หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รวมถึงกองทะเบียนประวัติอาชญากร) ตลอดจนการปฏิบัติตามหมายเรียก หมายศาล หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการส่งข้อมูลตามหมายเรียก หมายศาล หรือคำสั่งของ สช./สรรพากร/กรมบังคับคดี) / การก่อตั้ง การใช้ หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (สำหรับการนำข้อมูลไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ)
27 เพื่อการบริหารจัดการกระบวนการพ้นสภาพการเป็นบุคลากร เช่น การลาออก การเกษียณอายุ หรือการเลิกจ้าง ซึ่งรวมถึงการคำนวณและการจ่ายเงินชดเชย เงินกองทุน หรือสิทธิประโยชน์ ต่าง ๆ การจัดทำหนังสือรับรองการทำงาน ตลอดจนการแจ้งสถานะและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กรมการจัดหางาน และธนาคารพาณิชย์ที่เป็นคู่สัญญา การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการจ่ายเงินชดเชย สิทธิประโยชน์ และการออกหนังสือรับรอง) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการแจ้งพ้นสภาพการจ้างต่อประกันสังคม สรรพากร และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง)
28 เพื่อการรับมือเหตุฉุกเฉินและมาตรการด้านอาชีวอนามัย และป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อการติดต่อในกรณีฉุกเฉิน การประเมินความเสี่ยง การบันทึกอุณหภูมิ ประวัติการเดินทาง หรือผลการตรวจคัดกรอง เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ตลอดจนการปฏิบัติตามนโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานของโรงเรียน ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ (สำหรับการปฐมพยาบาลหรือติดต่อฉุกเฉิน) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับมาตรการควบคุมโรคติดต่อและอาชีวอนามัย) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการคัดกรองความปลอดภัยทั่วไปในพื้นที่)
29 เพื่อการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) ของท่าน เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า (Face Recognition) เพื่อใช้ในการบันทึกเวลาปฏิบัติงาน (Time Attendance) การควบคุมการเข้า-ออกอาคารหรือพื้นที่ของโรงเรียน และเพื่อใช้ประกอบการจัดทำหรือยื่นเอกสารต่อหน่วยงานราชการตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) ความยินยอม (สำหรับการสแกนลายนิ้วมือ/ใบหน้าเพื่อเข้าอาคารและบันทึกเวลา) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการส่งข้อมูลเพื่อประกอบการทำเอกสารตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง)
30 เพื่อการบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกด้านที่พักอาศัย การเดินทาง และการจัดสวัสดิการอื่น ๆ สำหรับครูและบุคลากรชาวต่างชาติตามที่ระบุในสัญญาจ้าง รวมถึงการดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมือง ได้แก่ การรายงานตัวทุก 90 วัน (ตม.47) และการแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว (ตม.30) ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการรายงานตัว ตม.47 และแจ้งที่พักอาศัย ตม.30) / การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการจัดหาที่พัก สวัสดิการ และการเดินทางตามข้อตกลงการจ้างงาน)
31 เพื่อการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา และการรับการตรวจประเมินคุณภาพจากหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ตลอดจนสถาบันหรือองค์กรรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับสากล (เช่น Cambridge International Education หรือหน่วยงานรับรองหลักสูตรอื่น ๆ) รวมถึงการตรวจสอบบัญชี (Financial Audit) และการตรวจสอบระบบงานภายใน (Internal Audit) ซึ่งมีความจำเป็นต้องประมวลผลหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น ประวัติการทำงาน วุฒิการศึกษา ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ประวัติการฝึกอบรม และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาจ้าง การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการตรวจประเมินโดย สมศ., สช. และผู้สอบบัญชี) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการประเมินมาตรฐานหลักสูตรสากล และการตรวจสอบระบบภายใน)
32 เพื่อการตรวจสอบ ควบคุม และบันทึกการใช้งานระบบสารสนเทศ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีเมล และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน รวมถึงการเก็บบันทึกข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log files) เพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การป้องกัน ตรวจจับ และรับมือกับภัยคุกคามหรือการเข้าถึงระบบโดยมิชอบ การตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายการใช้งานระบบสารสนเทศ ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการเก็บ Log files ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการตรวจสอบ ควบคุมการใช้งาน และรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์)
33 การจัดทำเอกสารและรายงานการแต่งตั้ง หรือถอดถอนผู้บริหารสถานศึกษาและครู เพื่อนำส่งและขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) หรือหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งรวมถึงการประเมินคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามด้านสุขภาพ (การตรวจสอบโรคต้องห้าม) ตลอดจนการตรวจสอบและประเมินมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาและครู ตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดเพื่อประกอบการแต่งตั้ง รวมถึงการกรอกข้อมูลและแนบไฟล์เอกสารส่วนบุคคลเข้าสู่ระบบสารสนเทศของ สช. หรือระบบของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการแต่งตั้ง ถอดถอน และขึ้นทะ เบียนบุคลากรตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน) / ความยินยอม (สำหรับการประมวลผลข้อมูลสุขภาพเพื่อตรวจสอบโรคต้องห้ามและประเมินคุณสมบัติ)
34 เพื่อการติดต่อสื่อสาร สั่งงาน และการประสานงานภายในองค์กร ผ่านแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มการสื่อสารที่โรงเรียนกำหนด (เช่น LINE, LINE WORKS, LARK หรือแอปพลิเคชันอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน) รวมถึงการเปิดเผยหรือใช้ข้อมูลการติดต่อของท่าน (เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หรือบัญชีแอปพลิเคชันสื่อสาร) เพื่อการประสานงาน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ แจ้งผลการเรียน และร่วมแก้ปัญหาผู้เรียนกับผู้ปกครองและชุมชน รวมถึงการบันทึกภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และเสียงของท่านในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อใช้ในการรายงานกิจวัตรประจำวัน พัฒนาการ และพฤติกรรมของนักเรียนให้แก่ผู้ปกครองรับทราบผ่านช่องทางสื่อสารของโรงเรียน การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการสั่งงานและสื่อสารที่เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ตามสัญญาจ้าง) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการใช้แพลตฟอร์มสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและการสร้างเครือข่ายกับชุมชน)
35 เพื่อการบริหารจัดการด้านวิชาการและการจัดการเรียนการสอน เช่น การกำหนดอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา การจัดการเรียนการสอน (รวมถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ) การส่งเสริมนวัตกรรมการศึกษา การจัดทำทะเบียนครูและบุคลากร การเก็บรักษาเอกสารหลักฐานทางการศึกษา และการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่คุมสอบ ตลอดจนการระบุหรือแสดงรายชื่อและข้อมูลของท่านในเอกสารทางการศึกษา (เช่น ใบรายงานผลการเรียน ตารางสอน) การบันทึกและอ้างอิงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา หรือผลงานทางวิชาการ (เช่น ตำราเรียน สื่อการสอน วิดีโอ) และการเผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานของบุคลากรผ่านช่องทางสื่อสารหรือเว็บไซต์ของโรงเรียนเพื่อเป็นข้อมูลให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และสาธารณะ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานวิชาชีพด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการจัดทำทะเบียนครูและเอกสารหลักฐานทางการศึกษาตามกฎหมาย) / การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการจัดตารางสอน คุมสอบ และการจัดการเรื่องลิขสิทธิ์สื่อการสอน) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการเผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานของครูบนเว็บไซต์เพื่อความโปร่งใสต่อผู้ปกครอง)
36 เพื่อการประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานและพัฒนาวิชาชีพครู และการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และสนับสนุนการปฏิบัติงานของท่านให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพครูตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ) ซึ่งรวมถึงการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ครูด้วยจิตวิญญาณและจรรยาบรรณ การประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ การสร้างสื่อ นวัตกรรม และงานวิจัย ตลอดจนการประเมินการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน รวมถึงการเก็บรวบรวมหลักฐานและรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่ท่านเป็นผู้รับผิดชอบ การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการตรวจประเมินและเก็บหลักฐานเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับคุรุสภาและ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ) / การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานตาม Job Description ของครู เพื่อประกอบ การพิจารณาความดีความชอบหรือต่อสัญญาจ้าง)
37 เพื่อการบริหารจัดการ การวางแผน และการประสานงานสำหรับกิจกรรมนอกสถานที่ กิจกรรมทัศนศึกษา กิจกรรมเสริมหลักสูตร และการเดินทางไปศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้เข้าร่วมกิจกรรมหรือผู้ควบคุมดูแล รวมถึงการเปิดเผยและส่งต่อข้อมูลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สถานที่จัดกิจกรรม โรงแรมที่พัก บริษัทนำเที่ยว สายการบิน สถานเอกอัครราชทูตหรือตัวแทนรับคำร้องขอวีซ่า ผู้ให้บริการยานพาหนะ ผู้รับจ้างและผู้ให้บริการในกิจกรรมที่โรงเรียนว่าจ้าง หรือบริษัทประกันภัย เพื่อการอำนวยความสะดวก การสำรองที่นั่ง การจองตั๋วเครื่องบิน การดำเนินการขอวีซ่า และการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทาง การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน ทำวีซ่า และประ กันภัยการเดินทาง ตามสิทธิสวัสดิ การหรือหน้าที่) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการประสาน งานด้านโลจิสติกส์กับบริษัททัวร์และสถานที่)
38 เพื่อการบริหารจัดการด้านการเงินภายในองค์กรและการจัดการทรัพย์สิน เช่น การประมวลผลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ การจัดการเงินทดรองจ่าย (Advance) การเบิกชดเชยค่าใช้จ่าย (Reimbursement) การบริหารเงินสดย่อย (Petty Cash) ตลอดจนการบริหารจัดการการยืม-คืนอุปกรณ์ ทรัพย์สิน หรือสื่อการเรียนการสอนของโรงเรียน (เช่น คอมพิวเตอร์พกพา แท็บเล็ต หนังสือ เครื่องมือต่าง ๆ) และการบริหารจัดการ ติดตาม ทวงถามหนี้สิน หรือภาระผูกพันทางการเงินภายในโรงเรียน การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการเบิกจ่ายสวัสดิการและการยืมทรัพย์สินตามข้อตกลง) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน ทรัพย์สิน และการจัดการหนี้สินภายใน)
39 เพื่อการบริหารจัดการและดำเนินการใด ๆ ภายหลังการพ้นสภาพจากการเป็นบุคลากรของโรงเรียน เช่น การออกหนังสือรับรองการทำงาน การออกเอกสารรับรองเงินเดือน การส่งมอบและเคลียร์ทรัพย์สินของโรงเรียนคืน การให้ข้อมูลในฐานะบุคคลอ้างอิง (Reference Check) แก่องค์กรหรือนายจ้างใหม่ของท่าน การติดตามทวงถามหนี้สินคงค้าง ตลอดจนการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ขององค์กร เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายหรืออายุความกำหนด การปฏิบัติตามสัญญา (สำหรับการออกหนังสือรับรองและเคลียร์ทรัพย์สิน) / ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (สำหรับการให้ Reference Check และการเก็บเป็นประวัติ ศาสตร์) / การปฏิบัติตามกฎหมาย (สำหรับการเก็บข้อมูลไว้ตามอายุความทางกฎหมาย)
40 เพื่อการรายงาน แจ้งสถานะ เปิดเผย หรือนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายหลังจากการพ้นสภาพการเป็นบุคลากร ให้แก่หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น สำนักงานประกันสังคม (การแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน) กรมสรรพากร (การรายงานภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมบังคับคดี ตลอดจนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน (สำหรับการยกเลิกใบอนุญาตทำงานและวีซ่าของบุคลากรต่างชาติ) รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเพื่อรวบรวมเป็นพยานหลักฐาน หรือให้ความร่วมมือในการตรวจสอบตามคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ การปฏิบัติตามกฎหมาย

ข้อ 6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  1. ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 5 โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามฐานทางกฎหมาย ให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

  1. ภายในบริษัทในเครือ เช่น ผู้บริหาร หัวหน้างาน พนักงาน และบุคลากรภายในของโรงเรียนเท่าที่เกี่ยวข้องและตามความจำเป็น รวมถึงบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (เช่น บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด) ในฐานะผู้ให้บริการงานส่วนกลาง (Shared Services) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการงานทรัพยากรบุคคล งานจัดซื้อ งานบัญชี งานกฎหมาย และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามสัญญา ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน และบุคลากรภายในของหน่วยงานดังกล่าวด้วย

  2. หน่วยงานราชการและหน่วยงานกำกับดูแล ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), กระทรวงศึกษาธิการ, คุรุสภา, สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.), สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), กรมการจัดหางาน, กระทรวงแรงงาน, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สำนักงานประกันสังคม, กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), กองทุนสงเคราะห์, กรมสรรพากร, กรมบังคับคดี, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองทะเบียนประวัติอาชญากร) และศาล รวมถึงสถานทูตหรือสถานกงสุล

  3. ผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processors) ภายนอก ที่โรงเรียนมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่โรงเรียน เช่น ธนาคารพาณิชย์ (เช่น ธนาคารกรุงเทพ เพื่อการจ่ายเงินเดือน), โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลคู่สัญญา (เพื่อการตรวจร่างกายและการรับสวัสดิการ), บริษัทประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ/ประกันอุบัติเหตุ, บริษัทรับทวงถามหนี้, ผู้ให้บริการจัดทำเงินเดือน (Payroll), ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติบุคคล (Background Check), ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT & Cloud Service), ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยและสแกนใบหน้า (Access Control & Face Recognition), ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กร (เช่น LINE, LINE WORKS) หรือบริการอื่นใดที่มีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผล

  4. พันธมิตร ผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เช่น ผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการ หรือผู้จัดกิจกรรมที่โรงเรียนว่าจ้าง, บริษัทนำเที่ยว, โรงแรม, สถานที่จัดกิจกรรม, บริษัทประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทาง (สำหรับการจัดทัศนศึกษาหรือกิจกรรมนอกสถานที่), ผู้สอบบัญชี, ที่ปรึกษากฎหมาย, มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา หรือองค์กรภาครัฐและเอกชนที่โรงเรียนมีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้วย และองค์กรภายนอกที่จัดการประกวดแข่งขันหรือประเมินรางวัล

  5. สาธารณชน นักเรียน และผู้ปกครอง โรงเรียนอาจมีการเปิดเผยชื่อ นามสกุล ประวัติการศึกษา หรือรูปถ่ายของท่าน ผ่านเอกสารทางการศึกษา (เช่น ใบรายงานผลการเรียน ตารางสอน) ทะเบียนบุคลากร บอร์ดประกาศ หรือเว็บไซต์และช่องทางสื่อสารของโรงเรียน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนักเรียน ผู้ปกครอง และสาธารณชน

  6. บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น ตัวแทน หรือผู้รับมอบอำนาจของท่าน หรือบุคคลอื่นใดที่ท่านได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ

6.2 โรงเรียนจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน โรงเรียนจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนเสมอ

6.3 การเปิดเผยข้อมูลระหว่างโรงเรียนในเครือ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ การดำเนินงานตามมาตรฐานการศึกษา และการแบ่งปันทรัพยากรบุคคลระหว่างโรงเรียนในเครือเดียวกัน โรงเรียนอาจมีการเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (รวมถึงประวัติการทำงาน การประเมินผล หรือข้อมูลที่จำเป็นอื่น ๆ) ระหว่าง โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา กับ โรงเรียนสาธิตพัฒนา ภายใต้วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับการจ้างงานและการบริหารสถานศึกษา โดยการส่งต่อหรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อ 7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

7.1 ในการดำเนินงานและการบริหารจัดการของโรงเรียน โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เช่น โรงเรียนอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลาวด์ (Cloud Storage) ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการภายนอก (เช่น ระบบ Google Workspace) และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการภายนอกในรูปแบบของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Software as a Service - SaaS) และรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูป (Platform as a Service - PaaS) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งผู้ให้บริการหรือเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงการติดต่อประสานงานกับสถานทูต สถานกงสุล มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาในต่างประเทศเพื่อตรวจสอบวุฒิการศึกษา หรือการประสานงานกับตัวแทนจัดหาบุคลากรในต่างประเทศ

ในกรณีดังกล่าว โรงเรียนจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และกระบวนการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

7.2 ในกรณีที่ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด โรงเรียนอาจยังคงส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศได้ ภายใต้ข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด หรือในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ได้รับความยินยอมจากท่าน โดยท่านได้รับทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลแล้ว (2) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น (3) เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (4) เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เมื่อท่านไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (5) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

ข้อ 8. ระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควร เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของโรงเรียน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล แบ่งได้ดังนี้ 8.1 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปจะจัดเก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีสถานะเป็นบุคลากรของโรงเรียน และจะเก็บต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 12 (สิบสอง) ปี นับถัดจากปีที่ท่านพ้นสภาพการเป็นบุคลากร หรือปีที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิง การปฏิบัติตามกฎหมาย (เช่น กฎหมายภาษีอากร กฎหมายคุ้มครองแรงงาน) และเพื่อการก่อตั้งสิทธิ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของโรงเรียน (ครอบคลุมอายุความทั่วไปสูงสุด 10 ปี และเผื่อระยะเวลาดำเนินการทางศาล) ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 12 ปีดังกล่าว โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของท่าน (เช่น แฟ้มประวัติการทำงาน สำเนาบัตรประชาชน ข้อมูลทางบัญชีและการเงิน แบบฟอร์มการลา) เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ เว้นแต่ข้อมูลบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้เป็นการถาวรตามที่ระบุในข้อ 8.5

8.2 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

โรงเรียนจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน (เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ หมู่โลหิต และข้อมูลประวัติอาชญากรรม) โรงเรียนจะจัดเก็บไว้ตลอดระยะเวลาการจ้างงาน และจะเก็บต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 6 (หก) เดือน หลังจากเดือนที่ท่านพ้นสภาพการเป็นบุคลากร หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว โรงเรียนจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวนั้นทิ้งทันที เว้นแต่ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า (Face Recognition) และ/หรือ ข้อมูลลายนิ้วมือ (Fingerprint) ที่ใช้สำหรับการบันทึกเวลาและการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนจะเก็บรักษาไว้ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีสภาพการเป็นบุคลากรของโรงเรียน และจะเก็บรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่ท่านพ้นสภาพการเป็นบุคลากร หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (Anonymization) ออกจากระบบฐานข้อมูลและแฟ้มเอกสารของโรงเรียนโดยทันที เว้นแต่กรณีที่โรงเรียนมีความจำเป็นตามกฎหมายที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลบางประการไว้เป็นระยะเวลาที่นานกว่านั้น (เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน หรือเพื่อการก่อตั้งและต่อสู้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย)

8.3 การเก็บรักษาหลักฐานประวัติการใช้สิทธิ

ในกรณีที่ท่านมีการขอใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Rights) ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ โรงเรียนจะเก็บหลักฐานและประวัติการใช้สิทธิดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลา 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่โรงเรียนพิจารณาและดำเนินการตามคำขอของท่านแล้วเสร็จ

8.4 ข้อยกเว้นและกรณีอื่น ๆ

ในกรณีที่มีข้อพิพาท การดำเนินการทางศาล หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับท่าน โรงเรียนขอสงวนสิทธิในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับคดี) ไว้จนกว่ากระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุดอย่างถึงที่สุด รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต

8.5 การดำเนินการเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดและการเก็บรักษาข้อมูลถาวร

เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาที่กำหนดไว้ข้างต้น โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ (Anonymization) หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนอาจเก็บรักษาข้อมูลบางประการไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล คำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางการศึกษาและระเบียนประวัตินักเรียน (เช่น ชื่อ นามสกุล หรือลายมือชื่อในใบรายงานผลการเรียน เอกสาร ปพ. หรือหลักฐานทางวิชาการอื่น ๆ) ซึ่งโรงเรียนมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานและเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโรงเรียนและของตัวนักเรียน ซึ่งต้องเก็บไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะและการอ้างอิงในระยะยาว รวมถึงเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่ต้องเก็บรักษาระเบียนแสดงผลการเรียน (เช่น ปพ.1) ไว้เป็นหลักฐานอย่างถาวร

ข้อ 9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่โรงเรียนใช้ติดต่อท่าน โดยโรงเรียนจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยท่านสามารถส่งคำขอให้โรงเรียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่โรงเรียนกำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม: หากท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับโรงเรียน

ทั้งนี้ โรงเรียนขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพ ไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรือมีสัญญาระหว่างท่านกับโรงเรียนที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หรืออาจส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้

อนึ่ง การเพิกถอนความยินยอมของท่าน จะไม่ส่งผลกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม หากท่านเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลที่จำเป็น อาจส่งผลกระทบต่อท่าน ดังนี้

  • ผลกระทบด้านการจ้างงานและกฎหมาย หากข้อมูลที่ท่านเพิกถอนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาจ้าง เช่น ข้อมูลประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลประกอบการยื่นขอวีซ่า (Visa) ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และแบบขออนุญาตประกอบวิชาชีพครู (แบบ คส.10) โรงเรียนอาจไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายดังกล่าวให้ท่านได้ ซึ่งจะส่งผลให้ท่านขาดคุณสมบัติในการปฏิบัติหน้าที่ และอาจนำไปสู่การสิ้นสุดสภาพการจ้างงาน

  • ผลกระทบด้านสวัสดิการ หากท่านเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลสุขภาพ โรงเรียนอาจไม่สามารถดำเนินการพิจารณาจัดสวัสดิการ ทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หรือเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่ท่านได้อย่างครบถ้วน

  • ผลกระทบด้านความสะดวกและความปลอดภัย หากท่านเพิกถอนความยินยอมในการใช้ข้อมูลชีวมิติ (เช่น ลายนิ้วมือ หรือ สแกนใบหน้า) ท่านอาจไม่ได้รับความสะดวกในการเข้า-ออกพื้นที่บางส่วนของโรงเรียน และจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการบันทึกเวลาหรือยืนยันตัวตนด้วยวิธีอื่นตามที่โรงเรียนกำหนดแทน

  1. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียน และขอให้โรงเรียนทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้โรงเรียนเปิดเผยว่าโรงเรียนได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

  2. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่โรงเรียนได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยัง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่โรงเรียน หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผล เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการของโรงเรียนได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับโรงเรียน หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้บริการ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

  1. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียน หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ

หากท่านยื่นคัดค้าน โรงเรียนจะยังคงดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่โรงเรียนสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

  1. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าโรงเรียนหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อโรงเรียนเห็นว่าสามารถปฏิบัติตามที่ท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

  2. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่โรงเรียนอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใด ที่โรงเรียนหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้โรงเรียนระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทน

  3. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ หากท่านประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับภาพ โรงเรียนจะทำการแก้ไขเฉพาะรายการข้อมูลที่เกี่ยวกับภาพของท่านเพื่อให้ถูกต้อง ตามความจำเป็นของโรงเรียนที่ชอบด้วยกฎหมายและในกรณีที่การดำเนินการตามคำขอก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายโรงเรียนอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากท่าน

  4. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อโรงเรียนผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 10. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

10.1 การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งโรงเรียนได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีท่านประสงค์ใช้สิทธิถอนความยินยอมสามารถกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอถอนความยินยอม

ทั้งนี้ โรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ดี โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือโรงเรียนจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากโรงเรียนดำเนินการตามคำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยโรงเรียนจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ ทั้งนี้ หากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือคำร้องขอฟุ่มเฟือยโรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่โรงเรียนกำหนด

10.2 โรงเรียนจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ เนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค

10.3 ในบางสถานการณ์โรงเรียนอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งโรงเรียนจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้

10.4 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่โรงเรียนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงโรงเรียนอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากโรงเรียน มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

10.5 โรงเรียนจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อโรงเรียนในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและบริเวณรอบข้าง ทรัพย์สินของโรงเรียน ความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม ความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ข้อ 11. มาตรการการรักษาความปลอดภัย

โรงเรียนจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิค เชิงบริหารจัดการ และทางกายภาพ (Technical, Organizational, and Physical Measures) เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบ โดยมาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัตด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ตลอดจนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งโรงเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกันอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของโรงเรียนครอบคลุมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไว้เฉพาะผู้บริหาร หัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตามความจำเป็น (Need-to-know basis)

(2) การจัดให้มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) สำหรับการส่งต่อหรือโอนย้ายข้อมูลที่มีความเสี่ยงสูง

(3) การกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายนอก (Outsource / Third-party Processor) ต้องลงนามในข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) เพื่อควบคุมให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่โรงเรียนกำหนด

(4) การจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็น หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมอยู่เสมอ

ข้อ 12. ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกใด ๆ เช่น คู่สมรส บุตร บิดา มารดา บุคคลในครอบครัว ผู้รับผลประโยชน์ บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านรับรองว่าท่านมีอำนาจที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว และมีหน้าที่ให้บุคคลดังกล่าวอนุญาตให้โรงเรียนใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามประกาศฉบับนี้ได้ อีกทั้ง ท่านต้องรับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบ และขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 13. ช่องทางการติดต่อ

โรงเรียนได้มอบหมายให้ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : DPO@Learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไป: ติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงเรียนโดยตรง

อีเมล : career@learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-114-6956

ข้อ 14. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวที่จะมีผลบังคับใช้ ณ เวลาที่ได้เผยแพร่ต่อไปโดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น โรงเรียนจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือใช้บริการจากโรงเรียน หรือเว็บไซต์ของโรงเรียน

ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

4สำหรับการเข้าอาคารและพื้นที่หวงห้ามFor Building & Restricted-Area Access

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

สำหรับการเข้าอาคาร และพื้นที่เขตหวงห้าม

โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถม (“โรงเรียน”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาติดต่อ ผู้ปกครอง บุคคลภายนอก ผู้รับเหมา หรือผู้ใช้บริการ ที่เข้ามาติดต่อหรือเข้าพื้นที่อาคารและพื้นที่เขตหวงห้ามของโรงเรียน (“ท่าน”) โรงเรียนมีความตระหนักถึงความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ภายใต้ความดูแลของโรงเรียน และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โรงเรียนจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับการเข้าอาคาร และพื้นที่เขตหวงห้ามฉบับนี้ (“ประกาศ”) ขึ้น เพื่ออธิบายถึงวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า "การประมวลผล") ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนวัตถุประสงค์ในการประมวลผลและสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ประเภทและแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

1.1 โรงเรียนจะจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาติดต่อในการเข้าอาคารหรือสถานที่ ขณะที่ท่านติดต่อโรงเรียน ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ภาพถ่าย หมายเลขทะเบียนรถ เวลาเข้า-ออกสถานที่ หรือหน่วยงานต้นสังกัด โดยอาจมีการจดบันทึกข้อมูลดังกล่าวลงในสมุดบันทึกผู้มาติดต่อ โดยผู้มาติดต่อกรอกข้อมูลด้วยตนเอง หรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จดบันทึก รวมถึงการบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวผ่านระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ภายในและรอบบริเวณโรงเรียน และระบบความปลอดภัยที่บริหารจัดการโดยผู้ให้บริการภายนอก และเอกสารอื่นใดที่ใช้เพื่อเป็นหลักฐานในการติดต่อโรงเรียน โดยในการเข้าพื้นที่ โรงเรียนมีความจำเป็นต้องขอดูเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับขี่ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และจำเป็นต้องดำเนินการเก็บรักษากายภาพเอกสารดังกล่าวของท่านไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อแลกกับ "บัตรผู้มาติดต่อ (Visitor Card)" ตลอดระยะเวลาที่ท่านอยู่ภายในพื้นที่โรงเรียน และโรงเรียนจะส่งคืนเอกสารดังกล่าวให้แก่ท่านเมื่อท่านทำการคืนบัตรผู้มาติดต่อและเดินทางออกจากพื้นที่

1.2 โรงเรียนไม่มีความประสงค์จะจัดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน แต่หากข้อมูลดังกล่าวปรากฏอยู่บนเอกสารที่ท่านใช้แลกบัตรผู้มาติดต่อ (เช่น ข้อมูลศาสนา หรือหมู่เลือด บนบัตรประจำตัวประชาชน) โรงเรียนขอยืนยันว่าโรงเรียนเพียงแต่ทำการเก็บรักษากายภาพของเอกสารนั้นไว้ชั่วคราวเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัยและการยืนยันตัวตนเท่านั้น โดยจะไม่มีการคัดลอก บันทึก นำไปใช้ หรือนำข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวไปประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดโดยเด็ดขาด และโรงเรียนมีมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเอกสารดังกล่าวในระหว่างที่อยู่ในการครอบครองของโรงเรียน (ในกรณีที่โรงเรียนทำการเก็บหลักฐานโดยการถ่ายสำเนา โรงเรียนจะดำเนินการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวก่อนการจัดเก็บ)

ข้อ 2. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

โรงเรียนอาจอาศัยหรืออ้าง (1) ฐานความยินยอม เพื่อประมวลผลข้อมูลของท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญา หรือการเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียนและของบุคคลภายนอก (5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (6) ฐานประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี ซึ่งในประกาศฉบับนี้ โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามวัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

ลำดับ วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย
1 เพื่อใช้ตรวจสอบ ยืนยันตัวตน เป็นหลักฐานประกอบในการแลกบัตรผู้มาติดต่อในการเข้าอาคารหรือสถานที่ รวมถึงอาจมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เพื่อมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
2 เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการอาคารและทรัพย์สินของอาคารหรือสถานที่ โดยหากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะไม่สามารถเข้าใช้อาคารหรือสถานที่ได้ เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
3 เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม อุบัติเหตุ หรือการติดตามทรัพย์สินสูญหาย ที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคาร เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
4 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ทั้งใน และต่างประเทศที่ใช้บังคับ และเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียก คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ รวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินคดี การปฏิบัติตามกฎหมาย
5 เพื่อการคัดกรอง เฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อภายในพื้นที่โรงเรียน การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ / เพื่อประโยชน์สาธารณะ
6 เพื่อการบริหารจัดการข้อร้องเรียน การสอบสวนข้อเท็จจริง หรือเพื่อการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
7 เพื่อการบริหารจัดการด้านการป้องกัน มาตรการบรรเทาอุบัติเหตุและอุบัติภัย การดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในอาคารและสถานที่ รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของโรงเรียนไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าออกเขตหวงห้าม ตลอดจนการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ

ข้อ 3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

3.1 โรงเรียนจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผย ถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าว ยกเว้นโรงเรียนอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้แก่บุคคลที่สามที่โรงเรียนได้ว่าจ้างให้ดำเนินการในการรักษาความปลอดภัย เช่น ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัย โดยบุคคลที่สามดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ เป็นต้น

3.2 โรงเรียนจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน โรงเรียนจะขอความยินยอมจากท่านก่อน

ข้อ 4. การส่งหรือการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

โดยหลักการแล้ว โรงเรียนไม่มีนโยบายส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือบันทึกการเข้า-ออก) ไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องใช้บริการระบบคลาวด์ (Cloud) ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ โรงเรียนจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่า ประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อ 5. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผล ตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ แบ่งได้ดังนี้

  1. ในกรณีทั่วไปโรงเรียนจะเก็บรักษารายชื่อผู้ติดต่อ พร้อมบันทึกเวลา เข้า-ออก ไว้ 5 (ห้า) ปี นับถัดจากปีที่ได้รับข้อมูลจากท่าน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย และให้สอดคล้องกับระยะเวลาตลอดหลักสูตรการศึกษา เว้นแต่ในบางกรณีหากโรงเรียนเก็บสำเนาเอกสารการยืนยันตัวตนของท่านไว้ โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นไว้ 1 (หนึ่ง) ปี นับถัดจากปีที่ได้รับข้อมูลจากท่าน

  2. สำหรับข้อมูลภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกผ่านระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือระบบรักษาความปลอดภัย โรงเรียนจะเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลา 15 (สิบห้า) วัน นับแต่มีการบันทึกภาพ (โดยระบบอาจทำการบันทึกทับข้อมูลเดิมเมื่อครบกำหนดเวลา)

  3. สำหรับข้อมูลที่ถูกจดบันทึกลงในสมุดบันทึกผู้มาติดต่อ โรงเรียนจะเก็บรักษาสมุดบันทึกดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลา 5 (ห้า) ปี นับจากวันที่บันทึกข้อมูลหน้าสุดท้าย หรือตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนหลังด้านความปลอดภัย

  4. ในกรณีมีการขอใช้สิทธิตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ โรงเรียนจะเก็บหลักฐานประวัติการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่โรงเรียนพิจารณาคำขอของท่านแล้วเสร็จ

  5. กรณีอื่น ๆ โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของโรงเรียน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต

5.2 เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือโดยชอบตามกฎหมาย

ข้อ 6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่โรงเรียนใช้ติดต่อท่าน โดยโรงเรียนจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยท่านสามารถส่งคำขอให้โรงเรียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่โรงเรียนกำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม: หากท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับโรงเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรืออาจส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้ ทั้งนี้ หากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดของท่าน โรงเรียนได้อาศัยฐานความจำเป็นอื่น (เช่น ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย) ที่ไม่ใช่ฐานความยินยอม โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธคำขอถอนความยินยอมของท่านในส่วนนั้น

  2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียน และขอให้โรงเรียนทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้โรงเรียนเปิดเผยว่าโรงเรียนได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ทั้งนี้ หากเป็นการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือบันทึกการเข้า-ออก โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์กำหนดให้ท่านต้องแสดงเอกสารบันทึกประจำวัน หรือเอกสารทางกฎหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติ และเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นที่อาจปรากฏในข้อมูลดังกล่าว

  3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่น ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะใช้บังคับได้เฉพาะกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมด้วยฐานความยินยอม หรือฐานการปฏิบัติตามสัญญา และต้องเป็นข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์อัตโนมัติเท่านั้น (ซึ่งโดยปกติอาจไม่ครอบคลุมถึงข้อมูลบันทึกการเข้า-ออกและภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียน)

  4. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานประโยชน์สาธารณะของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม โรงเรียนอาจปฏิเสธคำขอคัดค้านของท่านได้ หากโรงเรียนสามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า (เช่น ความจำเป็นในการใช้กล้องวงจรปิดหรือบันทึกการเข้า-ออกเพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่) หรือเพื่อการก่อตั้งและใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย

  5. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าโรงเรียนหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้หากการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว (เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือบันทึกการเข้า-ออก) ยังมีความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัย หรือเพื่อการก่อตั้งและใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของโรงเรียน

  6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลของท่านชั่วคราว ในระหว่างที่โรงเรียนดำเนินการตรวจสอบตามคำร้องขอแก้ไขหรือขอคัดค้านของท่าน หรือเมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นแต่ท่านขอให้เก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมายแทนการลบทำลาย ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวอาจไม่สามารถใช้บังคับได้กับระบบรักษาความปลอดภัย (เช่น กล้องวงจรปิด หรือสมุดบันทึกการเข้า-ออก) เนื่องจากเป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องประมวลผลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่

  7. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะไม่ครอบคลุมถึงการขอแก้ไข ดัดแปลง หรือตัดต่อข้อมูลภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกไว้ด้วยระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือภาพถ่ายเพื่อการยืนยันตัวตน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานตามสภาพความเป็นจริง

  8. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อโรงเรียนผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 7. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

7.1 การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งโรงเรียนได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของโรงเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ดี โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากโรงเรียนดำเนินการตามคำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยโรงเรียนจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ ทั้งนี้ หากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือคำร้องขอฟุ่มเฟือยโรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่โรงเรียนกำหนด

7.2 โรงเรียนจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ เนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค

7.3 ในบางสถานการณ์โรงเรียนอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งโรงเรียนจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้

7.4 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่โรงเรียนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงโรงเรียนอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากโรงเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

7.5 โรงเรียนจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อโรงเรียนในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและบริเวณรอบข้าง ทรัพย์สินของโรงเรียน ความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม ความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ข้อ 8. มาตราการการรักษาความปลอดภัย

มาตรการการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งโรงเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน

โรงเรียนกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งโรงเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน ทั้งนี้ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1) กำหนดนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน

2) จำกัดสิทธิบุคลากรในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

3) ตรวจสอบสถานะบุคคลภายนอกและผู้ให้บริการ โดยจัดให้มีข้อตกลงหรือสัญญากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) เพื่อกำหนดหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

4) ประเมินผลและทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

ข้อ 9. ช่องทางการติดต่อโรงเรียน

โรงเรียนได้มอบหมายให้ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : DPO@Learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไป : ติดต่อฝ่ายอาคารและสถานที่ โรงเรียนสาธิตพัฒนา

อีเมล : building_and_facility@lsp.ac.th

ที่อยู่ : 380 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-603-9555

ข้อ 10. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวที่จะมีผลบังคับใช้ ณ เวลาที่ได้เผยแพร่ต่อไปโดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น โรงเรียนจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือใช้บริการจากโรงเรียน หรือเว็บไซต์ของโรงเรียน

ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569

5สำหรับผู้สมัครงานFor Job Applicants

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

สำหรับผู้สมัครงาน

โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถม ซึ่งดำเนินกิจการภายใต้ผู้รับใบอนุญาตคือ บริษัท เลิร์น สาธิตพัฒนา จำกัด (ต่อไปนี้รวมเรียกว่า “โรงเรียน”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน ผู้สมัครเข้าฝึกงาน (“ท่าน หรือ ผู้สมัคร”) และมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของโรงเรียน และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าว ด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ในการนี้ โรงเรียนจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับผู้สมัครฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายถึงวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ การเปิดเผย และวัตถุประสงค์ที่โรงเรียนได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแจ้งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

ข้อ 1 คำนิยาม

“ผู้สมัคร” หมายถึง ผู้สมัครงาน ผู้สมัครเข้าฝึกงาน ไม่ว่าด้วยวิธีการยื่นสมัครงานผ่านช่องทางใดก็ตาม เช่น การสมัครด้วยตัวผู้สมัครเอง (Walk-in) ผ่านไปรษณีย์ ผ่านอีเมล ผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียนหรือบุคคลที่สาม ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย และไม่ว่าการสมัครงานนั้นจะดำเนินการโดยผู้สมัครเอง หรือเป็นการรับสมัครงานภายในโรงเรียน หรือเป็นการรับสมัครงานภายในโรงเรียน หรือผ่านการแนะนำของบุคคล หน่วยงาน และ/หรือสถาบัน การศึกษา หรือที่ผ่านการดำเนินการของผู้ให้บริการจัดหางาน
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

ข้อ 2. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านซึ่งอาจได้แก่ข้อมูลดังต่อไปนี้ โดยอาจแตกต่างกัน แล้วแต่กรณี และลักษณะของกิจกรรมที่โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่าน

  1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก สัญชาติ สถานภาพสมรส สถานภาพทางทหาร เลขประจำตัวประชาชน สถานที่เกิด รูปถ่าย ความสามารถในการขับขี่ การมีพาหนะส่วนตัว กีฬาที่เล่นเป็นประจำ และงานอดิเรก

  2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์สถานที่ทำงานปัจจุบัน อีเมล และข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดีย (Social Media Account)

  3. ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา การฝึกอบรม เช่น ประวัติการศึกษา (เช่น ระดับการศึกษา ชื่อสถานศึกษา คณะ สาขาวิชา ปีที่เข้าและจบการศึกษา เกรดเฉลี่ย) ผลการทดสอบ (เช่น TOEIC, IELTS, TOEFL) สำเนาใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) แผนการสอน เกียรติบัตร ประวัติการฝึกอบรม สัมมนา ฝึกงาน กิจกรรมที่เข้าร่วมในขณะที่กำลังศึกษาหรือในปัจจุบัน ใบรับรองคุณสมบัติต่าง ๆ การพัฒนาศักยภาพ และคุณสมบัติอื่น ๆ (เช่น ความสามารถพิเศษทางด้านวิชาชีพ ความสามารถทางด้านภาษา และความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์)

  4. ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานก่อนหน้า เช่น ประวัติการทำงาน ประสบการณ์การทำงาน ซึ่งรวมถึงบริษัท/สถาบันการศึกษาเดิม ตำแหน่ง ลักษณะงาน เงินเดือนสุดท้าย สาเหตุที่ออก ผลการประเมินการ ประวัติการถูกลงโทษทางวินัย การถูกไล่ออก/ให้ออก หรือการถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อรองรับการตรวจสอบคุณสมบัติตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

  5. ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครงาน เช่น ตำแหน่งที่สมัคร ประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน จดหมายสมัครงาน เงินเดือนที่ต้องการวันที่พร้อมเริ่มงาน แหล่งที่มาที่ทราบข่าวการสมัครงาน จดหมายสมัครงาน

  6. ข้อมูลตามเอกสารที่ท่านส่งมอบให้แก่โรงเรียน เช่น ข้อมูลที่ปรากฏใน Resume Curriculum Vitae (CV) ข้อมูลการสัมภาษณ์งาน วีดีโอการแนะนำตัว ข้อมูลที่ท่านแจ้งแก่โรงเรียนในระหว่างการสัมภาษณ์งาน หนังสือรับรองการทำงาน ใบผ่านงาน หลักฐานหรือหนังสืออ้างอิงต่าง ๆ และข้อมูลที่ปรากฏในแบบประเมินผลการสัมภาษณ์ ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการสรรหาและคัดเลือก ได้แก่คุณลักษณะส่วนบุคคล ผลการประเมิน ความรู้และประสบการณ์ คุณลักษณะส่วนบุคคล การทำงานกับผู้อื่น และเอกสารใบรับรองที่ประกอบการพิจารณา และบันทึกเพิ่มเติมที่ท่านระบุเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการสมัครงานเป็นต้น

  7. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครงานหรือทำนิติกรรม เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาปริญญาบัตร/หนังสือรับรองคุณวุฒิ สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สำเนาหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน) เอกสารรับรองการขึ้นทะเบียนขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เอกสารรับรองการผ่านการอบรมที่เกี่ยวข้อง สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล สำเนาหลักฐานทางทหาร (เช่น สด.8 หรือ สด.43) สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน หนังสือยินยอมให้ตรวจสอบประวัติบุคคล หนังสือค้ำประกันการทำงาน และหนังสือรับรองหรือเอกสารที่มีชื่อผู้ค้ำประกันการทำงาน

  8. ข้อมูลบุคคลภายนอกที่ท่านให้ไว้ หรือข้อมูลที่โรงเรียนได้จากบุคคลภายนอก เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นซึ่งท่านรับรองต่อโรงเรียนว่า ท่านได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวให้เปิดเผยข้อมูลแก่โรงเรียน รวมถึงยินยอมให้โรงเรียนประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล อายุ เพศ อาชีพ สถานที่ทำงาน/สถานที่ศึกษา และหมายเลขโทรศัพท์ ของคู่สมรส บุตร บิดา มารดา พี่น้อง หรือบุคคลในครอบครัวที่โรงเรียนสามารถติดต่อในกรณีฉุกเฉิน บุคคลที่ท่านอ้างอิงเพื่อการตรวจสอบและรับรองการทำงาน ข้อมูลญาติหรือเพื่อนของท่านที่ทำงานอยู่ในโรงเรียน และ/หรือผู้ค้ำประกันการทำงาน รวมถึงข้อมูลที่บุคคลภายนอกให้ไว้เกี่ยวกับรายละเอียด พฤติกรรม เกี่ยวกับผู้สมัคร

ข้อ 3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

3.1 เนื่องจากการปฏิบัติงานในสถานศึกษามีความเกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และความปลอดภัย โรงเรียนจึงมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บางประเภท (โดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน) ได้แก่

  1. ข้อมูลสุขภาพ รวมถึงความเจ็บป่วยทางจิตใจ การได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย หรือการป่วยหนักในรอบ 5 ปี เพื่อประเมินความพร้อมและสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน รวมถึงโรคติดต่อร้ายแรง เช่น 1. โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม ,วัณโรคในระยะติดต่อ,โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม, โรคติดยาเสพติดให้โทษ, โรคพิษสุราเรื้อรังโรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อรองรับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

  2. ประวัติการเสพยาเสพติด เพื่อประเมินความเหมาะสมและสวัสดิภาพของนักเรียน

  3. ประวัติอาชญากรรม เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยขั้นสูงสุดของสถานศึกษา

  4. เชื้อชาติ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะสำหรับบางตำแหน่ง (เช่น ครูชาวต่างชาติ) และเพื่อการดำเนินการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือเอกสารทางราชการที่เกี่ยวข้อง

3.2 โรงเรียนไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลศาสนา และกรุ๊ปเลือด หากข้อมูลดังกล่าวปรากฏอยู่บนเอกสารประกอบการสมัคร (เช่น บนสำเนาบัตรประชาชน) หรือหากท่านกรอกข้อมูลดังกล่าวลงในใบสมัคร โรงเรียนขอให้ท่านเป็นผู้ปกปิดข้อมูลเหล่านี้ด้วยตัวท่านเองโดยวิธีการขีดฆ่า หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวท่านเอง ถือว่าท่านได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้โรงเรียนทำการ ขีดฆ่า ลบ หรือทำลายข้อมูลเหล่านี้ทิ้ง ให้แก่ท่าน เพื่อไม่ให้มีการบันทึกเข้าสู่ระบบของโรงเรียนเนื่องจาก ในขั้นตอนการรับสมัครงานโรงเรียนไม่ประสงค์เก็บข้อมูลศาสนา และกรุ๊ปเลือด และหากด้วยเหตุขัดข้องทางเทคนิคโรงเรียนไม่สามารถปกปิดข้อมูลให้ได้ โรงเรียนจะทำการจัดเก็บเอกสารนั้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการยืนยันตัวตนเท่านั้น โดยจะไม่มีการนำข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวไปประมวลผลอื่นใด

ข้อ 4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับโรงเรียนโดยตรง โรงเรียนเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับจากท่านโดยตรง ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการกรอกข้อมูลลงในเอกสารที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางโรงเรียนกำหนด หรือการ walk-in สมัครงาน/สมัครฝึกงาน หรือการสมัครที่บูธรับสมัครงาน (Job Fair Roadshow) กิจกรรมแนะแนวอาชีพ ณ สถาบันการศึกษา หรือการสมัครงานผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียน รวมถึงกรณีที่ท่านเข้าสัมภาษณ์งาน เข้าทำสัญญากับโรงเรียน และส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏอยู่มาให้กับโรงเรียน

4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ โรงเรียนอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์สมัครงานของโรงเรียน (รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดู นโยบายการใช้คุกกี้)

4.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนได้รับมาจากบุคคลภายนอก โรงเรียนอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม และ/หรือบุคคลอื่นใดที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ประมวลผลข้อมูล โดยโรงเรียนเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลเหล่านั้นเป็น ผู้มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีสิทธิเปิดเผยให้แก่โรงเรียนได้ ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลมาจากช่องทาง ดังนี้

  1. สื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข้อมูลโซเชียลมีเดีย หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลที่สาม เว็บไซต์สมัครงาน เช่น JobsDB, JobThai ฯลฯ

  2. บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency) หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย (เช่น กรณีส่งนักศึกษาเข้าฝึกสอน หรือแนะนำศิษย์เก่า) รวมถึงบุคคลใด ๆ ที่ดำเนินการในนามของหน่วยงานเหล่านั้น

  3. บุคคลอ้างอิง (Reference Persons) ผู้ค้ำประกันการทำงาน พนักงานของโรงเรียน (กรณีพนักงานแนะนำผู้สมัคร) หรือบุคคลที่ท่านระบุไว้ในใบสมัคร เพื่อการตรวจสอบประวัติและรับรองการทำงาน

  4. สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ หรือช่องทางโฆษณาตำแหน่งงานอื่น ๆ ที่มีข้อมูลการติดต่อของผู้สมัคร

  5. ข้อมูลที่ได้จากการโต้ตอบทางโทรศัพท์ และข้อมูลที่ได้จาก หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัคร

ข้อ 5. วัตถุประสงค์และฐานการประมวลผลข้อมูล

5.1 โรงเรียนประมวลผลข้อมูลของผู้สมัครภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการใดที่เกี่ยวกับการพิจารณารับเข้าทำงาน/ฝึกงาน ซึ่งโรงเรียนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่โรงเรียน อาจทำให้โรงเรียนไม่สามารถคัดเลือก หรือพิจารณาเข้าทำสัญญากับท่านได้ ในกรณีดังกล่าวโรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน แต่ในกรณีที่โรงเรียนขอความยินยอมจากท่าน ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ โดยไม่ส่งผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติของท่าน แต่การที่ท่านไม่ให้ความยินยอมอาจส่งผลให้โรงเรียน หรือโรงเรียนไม่สามารถติดต่อผู้สมัครงาน เกี่ยวกับการเสนอตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับผู้สมัครงานในอนาคตได้เท่านั้น

5.2 ในกรณีที่โรงเรียนจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนด โรงเรียนจะจัดให้มีประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และ/หรือแจ้งไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฉบับนี้

5.3 โรงเรียนประมวลผลข้อมูลโดยอาจอาศัยหรืออ้าง (1) ฐานความยินยอมเพื่อประมวลผลข้อมูลของท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญา หรือการเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียนและของบุคคลภายนอก (5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (6) ฐานประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี ซึ่งในประกาศฉบับนี้ โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลของท่านโดยแยกตามกิจกรรมที่โรงเรียนดำเนินการภายใต้ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังที่ระบุตามตารางนี้

ลำดับ วัตถุประสงค์ ฐานการประมวลผล
1 การรับสมัคร การคัดกรองประวัติ การสัมภาษณ์งาน การประเมินทักษะทางวิชาชีพหรือการสอบสอน (Teaching Demonstration) การตรวจสอบคุณสมบัติ และการยืนยันตัวบุคคล เพื่อดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณารับเข้าทำงาน การปฏิบัติตามสัญญา / เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
2 การค้นหาผู้สมัครจากสื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข้อมูลสาธารณะ เว็บไซต์สมัครงาน และติดต่อท่านเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สนใจ เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
3 การตรวจสอบประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานย้อนหลัง การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) แผนการสอน การบันทึกวีดีโอการแนะนำตัว และการให้คะแนนผู้สมัคร เพื่อการตัดสินใจจ้าง เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
4 การติดต่อประสานงาน การตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน/ฝึกงาน การทำข้อเสนอการจ้างงาน และการเตรียมการเพื่อเข้าทำสัญญาจ้าง การปฏิบัติตามสัญญา
5 การติดต่อผู้สมัครงานเพื่อแจ้งข่าวสาร หรือเสนอตำแหน่งงานอื่นที่เหมาะสมในอนาคต ความยินยอม (Consent)
6 การเปิดเผยข้อมูลในใบสมัครงานให้กับโรงเรียน/โรงเรียนในเครือข่ายที่มีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อพิจารณาคุณสมบัติก่อนเรียกสัมภาษณ์ ความยินยอม (Consent)
7 การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ประวัติสุขภาพ โรคเรื้อรังทางจิตใจ/ร่างกาย การประเมินโรคต้องห้ามตามกฎหมาย และการใช้ยาเสพติด เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน และเพื่อสวัสดิภาพ ความปลอดภัยสูงสุดของเด็กนักเรียน ความยินยอม (Consent) /การปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ,ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ฯลฯ
8 การตรวจสอบสถานะบุคคลล้มละลาย ตรวจสอบข้อมูลเครดิต ประวัติทางการเงิน หรือประเมินความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน (เฉพาะบางตำแหน่งที่โรงเรียนกำหนด เช่น เจ้าหน้าที่การเงิน บัญชี จัดซื้อ) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
9 การติดต่อสอบถามบุคคลอ้างอิง (Reference Check) หรือผู้ค้ำประกัน เพื่อประเมินพฤติกรรม คุณลักษณะส่วนบุคคล และความเหมาะสมในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในสถานศึกษา เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
10 การเปิดเผยข้อมูลการฝึกงานให้แก่สถาบันการศึกษา ในกรณีที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้ส่งนิสิต/นักศึกษาเข้าฝึกสอนหรือฝึกงานกับโรงเรียน การปฏิบัติตามสัญญา / เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
11 เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ เช่น การติดต่อกรณีฉุกเฉิน การควบคุมโรคติดต่อ การบันทึกอุณหภูมิ และประวัติการเดินทางของท่าน การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย
12 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และคำสั่งของเจ้าพนักงาน (เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียก คำสั่งศาล, การตรวจสอบใบอนุญาตกับคุรุสภา, การปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก, หรือกระทรวงศึกษาธิการ) การปฏิบัติตามกฎหมาย

ข้อ 6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  1. โรงเรียนอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามกฎหมายให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

  1. ผู้บริหารและพนักงานเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็น

  2. บริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (รวมถึง บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด) ในฐานะผู้ให้บริการงานส่วนกลาง (Shared Services) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการงานจัดซื้อ งานบัญชี งานกฎหมาย และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามสัญญา ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของหน่วยงานดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  3. ผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ภายนอก ที่โรงเรียนมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่โรงเรียน เช่น โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล (เพื่อการตรวจร่างกาย/สารเสพติด), ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติบุคคล (Background Check), การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT & Cloud Service), บริการบันทึกข้อมูล, บริการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล หรือบริการอื่นใดที่มีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลเพื่อทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของโรงเรียน

  4. หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), กระทรวงศึกษาธิการ, คุรุสภา, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองทะเบียนประวัติอาชญากร), กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือศาล เป็นต้น

  5. บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอม ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ

    1. โรงเรียนจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน โรงเรียนจะขอความยินยอมจากท่านก่อน

ข้อ 7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

โรงเรียนอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือคลาวด์ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการภายนอก (เช่น ระบบ Google Workspace) และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการภายนอกในรูปแบบของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Software as a Service - SaaS) และรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูป (Platform as a Service - PaaS) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ และจะกำหนดให้ผู้ให้บริการภายนอกเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม รวมถึงมีการจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่โรงเรียนมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ โรงเรียนจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือเพื่อให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยในบางกรณี โรงเรียนอาจขอความยินยอมจากท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

ข้อ 8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

8.1 กรณีที่ท่านไม่ได้รับการคัดเลือก (ไม่ได้เข้าทำงาน / ไม่ได้เข้าฝึกงาน)

  1. โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปใบสมัครงานและเรซูเม่ของท่านไว้เป็นระยะเวลา 2 (สอง) ปี นับจากวันที่กระบวนการคัดเลือกเสร็จสิ้น เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาเสนอตำแหน่งงานอื่นในอนาคต (กรณีที่ท่านให้ความยินยอม) และเพื่อเป็นประวัติและหลักฐานการสรรหาบุคลากรของโรงเรียน

  2. โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data)ไว้เพียง 6 (หก) เดือน นับจากวันที่กระบวนการคัดเลือกเสร็จสิ้น เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล หลังจากนั้นโรงเรียนจะดำเนินการลบหรือทำลายทิ้งทันที

    1. กรณีที่ท่าน "ไม่ให้ความยินยอม" หรือ "เพิกถอนความยินยอม"

  1. โรงเรียนจะไม่นำข้อมูลของท่านไปใช้เพื่อติดต่อเสนอตำแหน่งงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม โรงเรียนจะยังคงเก็บข้อมูลเรซูเม่และใบสมัครของท่านไว้ 2 (สอง) ปี เพื่อเป็นหลักฐานประวัติการสรรหาว่าจ้าง (Audit) ตามฐานประโยชน์อันชอบธรรมด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) โดยจะไม่มีการติดต่อเพื่อจุดประสงค์ในการเสนองานอย่างเด็ดขาด

  2. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่ปรากฏในใบสมัครงานหรือสำเนาเอกสารแนบ (เช่น ศาสนา หรือกรุ๊ปเลือด) ซึ่งโรงเรียนไม่ได้รับความยินยอม โรงเรียนจะดำเนินการปกปิด หรือ ขีดฆ่า (Redact) ข้อมูลส่วนนั้นทิ้งทันที เพื่อไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวถูกประมวลผลหรือบันทึกเข้าสู่ระบบของโรงเรียน

8.3 กรณีที่ท่านได้รับการว่าจ้างให้เข้าทำงาน

  1. ข้อมูลของท่านจะถูกโอนไปเป็นส่วนหนึ่งของแฟ้มประวัติพนักงาน และจะจัดเก็บไว้ตลอดอายุสัญญาจ้าง รวมถึงเก็บต่อเนื่องหลังจากที่ท่านพ้นสภาพการเป็นพนักงานตามอายุความที่กฎหมายกำหนด (สูงสุด 12 (สิบสอง) ปี) เพื่อการอ้างอิงและปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายตามความจำเป็น

  2. โรงเรียนจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) ไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 (หก) เดือน หลังจากพ้นสภาพการเป็นพนักงาน หลังจากนั้นจะดำเนินการลบหรือทำลายทิ้งทันที

8.4 การเก็บรักษาหลักฐานประวัติการใช้สิทธิ

ในกรณีที่มีการขอใช้สิทธิตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ โรงเรียนจะเก็บหลักฐานประวัติการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลา 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่โรงเรียนพิจารณาคำขอของท่านแล้วเสร็จ

8.5 ข้อยกเว้นและกรณีอื่น ๆ

  1. โรงเรียนอาจจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของโรงเรียน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

  2. หากมีการดำเนินการทางศาล หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นใด ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าวอย่างถึงที่สุด รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต

8.6 การดำเนินการเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด

เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ (Anonymization) หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนอาจเก็บรักษาข้อมูลบางประการไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล คำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ หรือเพื่อปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ข้อ 9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่โรงเรียนใช้ติดต่อท่าน โดยโรงเรียนจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยท่านสามารถส่งคำขอให้โรงเรียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่โรงเรียนกำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม: หากท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับโรงเรียน

ทั้งนี้ โรงเรียนขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพ ไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรือมีสัญญาระหว่างท่านกับโรงเรียนที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หรืออาจส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้

  1. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียน และขอให้โรงเรียนทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้โรงเรียนเปิดเผยว่าโรงเรียนได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

  2. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่โรงเรียนได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยัง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่โรงเรียน หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผล เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการของโรงเรียนได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับโรงเรียน หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้บริการ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

  1. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียน หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ

หากท่านยื่นคัดค้าน โรงเรียนจะยังคงดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่โรงเรียนสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

  1. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าโรงเรียนหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อโรงเรียนเห็นว่าสามารถปฏิบัติตามที่ท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

  2. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่โรงเรียนอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใด ที่โรงเรียนหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้โรงเรียนระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทน

  3. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ หากท่านประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับภาพ โรงเรียนจะทำการแก้ไขเฉพาะรายการข้อมูลที่เกี่ยวกับภาพของท่านเพื่อให้ถูกต้อง ตามความจำเป็นของโรงเรียนที่ชอบด้วยกฎหมายและในกรณีที่การดำเนินการตามคำขอก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายโรงเรียนอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากท่าน

  4. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อโรงเรียนผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 10. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

10.1 การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งโรงเรียนได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีท่านประสงค์ใช้สิทธิถอนความยินยอมสามารถกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอถอนความยินยอม

ทั้งนี้ โรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ดี โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือโรงเรียนจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากโรงเรียนดำเนินการตามคำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยโรงเรียนจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ ทั้งนี้ หากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือคำร้องขอฟุ่มเฟือยโรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่โรงเรียนกำหนด

10.2 โรงเรียนจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ เนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค

10.3 ในบางสถานการณ์โรงเรียนอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งโรงเรียนจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้

10.4 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่โรงเรียนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงโรงเรียนอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากโรงเรียน มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

10.5 โรงเรียนจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อโรงเรียนในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและบริเวณรอบข้าง ทรัพย์สินของโรงเรียน ความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม ความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ข้อ 11. มาตรการการรักษาความปลอดภัย

โรงเรียนกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงบริหารจัดการ (Technical and Organizational Measures) เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย รวมถึงจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้เฉพาะบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ตลอดจนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งโรงเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกันอย่างเคร่งครัด

ข้อ 12. ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

กรณีที่ท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่โรงเรียน (เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา สมาชิกในครอบครัว ผู้รับผลประโยชน์ บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน หรือบุคคลอ้างอิง)

ท่านรับรองว่าท่านมีอำนาจและสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นแก่โรงเรียน ทั้งนี้ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงรายละเอียดการประมวลผลข้อมูลตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และดำเนินการขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว เพื่อให้โรงเรียนสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้อย่างถูกต้อง

ข้อ 13. ช่องทางการติดต่อ

โรงเรียนได้มอบหมายให้ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : DPO@Learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไป : ติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงเรียนโดยตรง

อีเมล : career@learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-114-6956

ข้อ 14. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวที่จะมีผลบังคับใช้ ณ เวลาที่ได้เผยแพร่ต่อไปโดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น โรงเรียนจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือใช้บริการจากโรงเรียน หรือเว็บไซต์ของโรงเรียน

ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

6สำหรับผู้สนใจเข้าศึกษาFor Prospective Students

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

สำหรับผู้สนใจเข้าศึกษาและผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา และโรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถม ซึ่งดำเนินกิจการภายใต้ผู้รับใบอนุญาตคือ บริษัท เลิร์น สาธิตพัฒนา จำกัด (ต่อไปนี้รวมเรียกว่า “โรงเรียน”) ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ปกครอง ที่มอบความไว้วางใจในการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมโรงเรียน (School Visit) กิจกรรมเปิดบ้าน (Open House) การแจ้งความประสงค์เข้าศึกษา การสมัครสอบ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้ปกครองจะประสงค์เยี่ยมชมหรือเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนใดในเครือก็ตาม ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงให้นักเรียนและ/หรือผู้ปกครอง (“ท่าน”) ทราบถึงแนวทางปฏิบัติของโรงเรียนในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปกครองและนักเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการดูแลรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

1. คำนิยาม

ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ คำต่อไปนี้ให้มีความหมายตามที่ระบุไว้ด้านล่าง เว้นแต่บริบทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

“ผู้ปกครอง” หมายถึง บิดา มารดา ผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย ผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลธรรมดาที่ติดต่อ ลงทะเบียน หรือให้ข้อมูลแก่โรงเรียนเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาเข้าศึกษาหรือเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียน

“นักเรียน” หมายถึง ผู้เยาว์ บุตรหลาน หรือผู้ที่สนใจเข้าศึกษา ซึ่งผู้ปกครองได้ให้ข้อมูลหรือกระทำการแทนในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

2. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปที่โรงเรียนเก็บรวบรวม

ในการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม และ/หรือ การสมัครสอบ (Admissions Assessment) โรงเรียนมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปกครองและนักเรียน ดังรายการต่อไปนี้ ซึ่งอาจแตกต่างกัน แล้วแต่กรณี และลักษณะของกิจกรรมที่โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่าน

2.1 ข้อมูลนักเรียน

  • ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล, ชื่อเล่น, วันเดือนปีเกิด, สัญชาติ, หมายเลขโทรศัพท์มือถือ (เฉพาะกรณีที่ทำการสมัครสอบ), อีเมล (เฉพาะกรณีที่ทำการสมัครสอบ)

  • ข้อมูลเชิงลึกและความสนใจของนักเรียน ได้แก่ ความสามารถพิเศษ, งานอดิเรก, ความสนใจ, วิชาที่ชอบหรือชื่นชอบเป็นพิเศษ, ความต้องการความช่วยเหลือพิเศษด้านการเรียนการสอนเบื้องต้น (ที่ไม่ใช่ข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลทางการแพทย์)

  • ข้อมูลการศึกษาเดิม ได้แก่ ระดับชั้นเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน, หลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่, ชื่อสถานศึกษาเดิม, จังหวัดของสถานศึกษาเดิม, เหตุผลที่สนใจย้ายสถานศึกษา

  • ข้อมูลการสมัครเรียน ได้แก่ ระดับชั้นที่สนใจเข้าเรียน, ปีการศึกษาที่สนใจเข้าเรียน, รูปแบบการเข้าเรียน (ไป-กลับ หรือ อยู่ประจำ), ข้อมูลพี่น้องที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน

  • เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องเฉพาะการสมัครสอบเข้าเรียน ได้แก่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนนักเรียน, สำเนาสูติบัตรและสำเนาบัตรประชาชนนักเรียน, สำเนาทะเบียนบ้านนักเรียน, ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลนักเรียน (ถ้ามี) , เอกสารแสดงผลการเรียน (ปพ.1)

2.2 ข้อมูลบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

  • ข้อมูลส่วนตัวและการติดต่อ ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล, อีเมล, หมายเลขโทรศัพท์, เวลาที่สะดวกให้ติดต่อกลับ, ที่อยู่ที่ติดต่อได้ปัจจุบัน, สถานะการเป็นผู้ปกครองหลักในการติดต่อ

  • ข้อมูลบัญชีสื่อสังคมออนไลน์และการสื่อสาร ได้แก่ ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (Account Name/Username), ไอดีไลน์ (LINE ID), ลิงก์หน้าโปรไฟล์สื่อสังคมออนไลน์ (เช่น Facebook Profile), ประวัติการสนทนา (Chat History), ข้อความที่สอบถามผ่าน Inbox หรือแชท, ความเห็น (Comments), และข้อมูลเบื้องต้นที่ท่านให้ไว้ผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ (Lead Generation Form)

  • ข้อมูลอื่นๆ ได้แก่ รายได้หลักต่อเดือน, หลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ (สลิปโอนเงิน)

  • เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องเฉพาะการสมัครสอบเข้าเรียน ได้แก่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านบิดาและมารดา, สำเนาบัตรประชาชนบิดาและมารดา ,ทะเบียนสมรส, ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลบิดาและมารดา (ถ้ามี)

  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมและความสนใจ ได้แก่ งบประมาณสำหรับค่าเล่าเรียนต่อเทอม, ช่องทางที่ผู้ปกครองรับทราบข่าวสารกิจกรรมของโรงเรียน, ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเลือกโรงเรียน, จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม, วันและเวลาที่เลือกลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม, คำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมที่ผู้ปกครองฝากถึงโรงเรียน

    1. ข้อมูลภาพถ่าย วิดีโอ และการรักษาความปลอดภัย ได้แก่

  • ข้อมูลที่ปรากฏบนบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง เพื่อใช้แลกบัตรเข้าพื้นที่โรงเรียน (Visitor Access)

  • ข้อมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ เพื่อการอำนวยความสะดวกในการจัดที่จอดรถและการรักษาความปลอดภัย

  • ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เมื่อผู้ปกครองและนักเรียนเข้ามาในพื้นที่ของโรงเรียน

  • ภาพถ่ายหรือวิดีโอบรรยากาศการเข้าร่วมกิจกรรม (ภาพมุมกว้างที่ไม่เจาะจงตัวบุคคล)

  • ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่เจาะจงตัวบุคคลของผู้ปกครองและนักเรียน (เฉพาะกรณีที่ผู้ปกครองให้ความยินยอมเพิ่มเติม)

3. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data)

ในการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม และการดำเนินการก่อนการสมัครเรียนนี้ โรงเรียนไม่มีความประสงค์และไม่มีนโยบายในการจัดเก็บ รวบรวม หรือประมวลผล "ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว" ของผู้ปกครองหรือนักเรียน (เช่น ข้อมูลศาสนา เชื้อชาติ หรือหมู่โลหิต)

หากผู้ปกครองและนักเรียนมีความจำเป็นต้องส่งมอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาสูติบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวปรากฏอยู่ (เช่น ศาสนา หรือเชื้อชาติ) ให้แก่โรงเรียน โรงเรียนขอแนะนำให้ผู้ปกครองและนักเรียนเป็นผู้ขีดฆ่าหรือปกปิดข้อมูลอ่อนไหวเหล่านั้น ด้วยตนเอง ก่อนทำการส่งมอบเอกสารให้แก่โรงเรียน

อย่างไรก็ตาม หากผู้ปกครองไม่ได้ปกปิดข้อมูลด้วยตนเอง โรงเรียนถือว่าผู้ปกครองได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้โรงเรียนทำการปกปิดข้อมูลเหล่านี้แทน และให้ถือว่าเอกสารที่โรงเรียนได้จัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวให้แล้วนั้น เป็นเอกสารที่สมบูรณ์และใช้บังคับได้ตามกฎหมายทุกประการ

ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่โรงเรียนไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวได้เนื่องด้วยข้อจำกัดบางประการ โรงเรียนขอยืนยันว่า โรงเรียนจะทำการจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวที่ติดมากับเอกสารดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ในการเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของผู้ปกครองและนักเรียนเท่านั้น โรงเรียนจะไม่มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวไปประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดทั้งสิ้น

4. ช่องทางและแหล่งที่มาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปกครองและนักเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับโรงเรียนโดยตรง

โรงเรียนอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรงผ่านขั้นตอนและช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

  • การลงทะเบียนและสมัครเรียน เมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์เข้าศึกษา สมัครสอบ (Admissions Assessment) สมัครเรียน เข้าทำสัญญา หรือส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

  • การแสดงความสนใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัล เมื่อท่านให้ข้อมูลหรือแสดงความสนใจ (Lead Generation) ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของโรงเรียน (เช่น Facebook, Instagram, LINE, TikTok, YouTube, Twitter) หรือเมื่อท่านคลิกโฆษณา กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามผ่านช่องทางแชทของแพลตฟอร์มเหล่านั้น เพื่อให้โรงเรียนติดต่อกลับหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติม

  • การเข้าร่วมกิจกรรม เมื่อท่านลงทะเบียนหรือเข้าร่วมกิจกรรม งานอีเว้นท์ กิจกรรมเปิดบ้าน (Open House) หรือกิจกรรมเยี่ยมชมโรงเรียน (School Visit) ที่โรงเรียนจัดขึ้น

  • การติดต่อสื่อสารและสอบถามข้อมูล เมื่อท่านติดต่อสอบถาม ให้ความเห็น คำติชม หรือยื่นความประสงค์ คำขอ คำร้องขอใช้สิทธิต่าง ๆ กับโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบลายลักษณ์อักษรหรือวาจา

  • ช่องทางที่ใช้ในการติดต่อ การให้ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของโรงเรียน แอปพลิเคชัน โทรศัพท์ อีเมล ไปรษณีย์ การเข้ามาพบปะติดต่อโดยตรงที่โรงเรียน (Face-to-Face) หรือโดยวิธีการอื่นใด

4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนได้รับจากบุคคลที่สาม

ในบางกรณี โรงเรียนอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนหรือผู้ปกครองจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากนักเรียนหรือผู้ปกครองโดยตรง ได้แก่

  • พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้คำแนะนำ (Business Partners and Referrals) โรงเรียนอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพันธมิตรที่โรงเรียนได้เข้าทำสัญญาหรือมีความร่วมมือด้วย (เช่น เพจลงทุนมัม) ตลอดจนการได้รับข้อมูลผ่านการแนะนำหรือบอกต่อจากบุคคลที่สาม เช่น ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ผู้ปกครองของโรงเรียนอื่น ๆ หรือบุคคลที่คุ้นเคยกับท่าน ซึ่งได้ส่งมอบข้อมูลการติดต่อของท่านให้แก่โรงเรียน

  • แพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์ โรงเรียนอาจได้รับข้อมูลเบื้องต้นของท่านจากการที่ท่านแสดงความสนใจหรือกรอกแบบฟอร์มผ่านผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (เช่น เครื่องมือค้นหา Google Search หรือพันธมิตรผู้ให้บริการโฆษณา)

5. วัตถุประสงค์และฐานการประมวลผล

5.1 โรงเรียนประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนการเข้าทำสัญญา (เช่น การพิจารณาใบสมัคร การจัดสอบประเมินผล) การอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม หรือการปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการทางการศึกษาอื่นใดที่ท่านเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถูกต้องและครบถ้วน ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่โรงเรียน อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่าน ไม่สามารถพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษา ไม่สามารถอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการให้บริการหรือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

5.2 ในกรณีที่โรงเรียนจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เดิม โรงเรียนจะจัดให้มีประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และ/หรือแจ้งไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฉบับนี้

5.3 โรงเรียนประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป โดยอาจอาศัยหรืออ้างฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ (1) ฐานความยินยอม (Consent) เพื่อประมวลผลข้อมูลของท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract) สำหรับการดำเนินการตามคำขอก่อนเริ่มต้นทำสัญญา การเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (Legal Obligation) (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียนและของบุคคลภายนอก (Legitimate Interest) (5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest) และ/หรือ (6) ฐานประโยชน์สาธารณะ (Public Task) สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี

5.4 ในกรณีที่โรงเรียนมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ของท่านตามที่ระบุในข้อ 3 โรงเรียนจะอาศัย ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) เป็นหลัก เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม เช่น เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (เช่น กรณีฉุกเฉินทางการแพทย์) หรือเพื่อก่อตั้ง ปฏิบัติตาม หรือยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่ปรากฏบนเอกสารยืนยันตัวตน (เช่น ศาสนาบนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน) ที่ผู้ปกครองไม่ได้ทำการปกปิดหรือขีดฆ่าก่อนส่งมอบตามนโยบายในข้อ 3 โรงเรียนจะจัดเก็บเอกสารดังกล่าวไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเป็นหลักฐานการยืนยันตัวตนเท่านั้น โดยจะไม่มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวไปประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด

โรงเรียนจะประมวลผลข้อมูลของท่านโดยแยกตามกิจกรรมที่โรงเรียนดำเนินการภายใต้ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังที่ระบุตามตารางนี้

กิจกรรมและวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

หมวด 1. การดำเนินการก่อนการรับสมัครและการให้ข้อมูลเบื้องต้น

  • เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเมื่อท่านแสดงความสนใจผ่านช่องทางต่าง ๆ (Lead Generation) เช่น การกรอกแบบฟอร์มบนสื่อสังคมออนไลน์ หรือข้อมูลที่ได้รับผ่านการแนะนำจากพันธมิตร (เช่น เพจลงทุนมัม) หรือบุคคลที่สาม

  • เพื่อใช้ข้อมูลการติดต่อของ ผู้ปกครอง ในการติดต่อกลับทางโทรศัพท์ หรือข้อความแชท เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตอบข้อซักถาม และไขข้อสงสัยเพิ่มเติมได้อย่างรวดเร็ว

  • เพื่อพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นของ นักเรียน (เช่น ความสนใจพิเศษ) และข้อมูลด้านงบประมาณของ ผู้ปกครอง เพื่อนำเสนอหลักสูตร แผนการเรียน หรือให้คำปรึกษาด้านค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เหมาะสม

ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

หมวด 2. การอำนวยความสะดวกและการจัดเตรียมกิจกรรม (Event Facilitation)

  • เพื่อใช้ข้อมูลชื่อและระดับชั้นของ นักเรียน รวมถึงข้อมูลของ ผู้ปกครอง ในการอำนวยความสะดวกในวันงาน เช่น การจัดทำป้ายชื่อ (Name tag) การเตรียมชุดของที่ระลึก (Welcome Kit) หรือการจัดสรรกลุ่มสำหรับกิจกรรมทดลองเรียน (Trial Class) ให้เหมาะสมกับวัย

  • เพื่อนำจำนวนผู้ลงทะเบียนมาประเมินและบริหารจัดการทรัพยากรภายในงาน เช่น การจัดเตรียมสถานที่ ที่นั่ง อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ให้เพียงพอ

ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

หมวด 3. การบริหารจัดการการสอบประเมินผล (Admissions Assessment)

  • เพื่อใช้ข้อมูลส่วนตัวและเอกสารแสดงผลการเรียนในการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของ นักเรียน ว่าตรงตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้นหรือไม่

  • เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสลิปโอนเงินในการรับชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ รวมถึงการตรวจสอบเอกสารทะเบียนสมรสและทะเบียนบ้าน เพื่อยืนยันสถานะการเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย

  • เพื่อจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ออกบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ และบริหารจัดการการจัดสรรห้องสอบและที่นั่งสอบ

  • เพื่อดำเนินการตรวจข้อสอบ ประเมินผลสัมภาษณ์ ประกาศผลสอบ และติดต่อ ผู้ปกครอง เพื่อนัดหมายการมอบตัวและเข้าทำสัญญา

ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)

ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (Legal Obligation)

หมวด 4. การจัดการรายชื่อสำรอง (Waitlist Management)

  • ในกรณีที่ นักเรียน สอบผ่านแต่ที่นั่งเต็ม โรงเรียนจะนำข้อมูลการติดต่อและผลการประเมิน ไปจัดเก็บอย่างปลอดภัยในระบบบัญชีรายชื่อสำรอง (Waitlist)

  • เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อกลับไปแจ้งสิทธิให้ ผู้ปกครอง ทราบได้ทันที ในกรณีที่มีที่นั่งว่าง

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

หมวด 5. การติดต่อสื่อสารและการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM & Marketing)

  • เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงเรียน การเลื่อนหรือยกเลิกกิจกรรม และการแจ้งเตือนกำหนดการต่าง ๆ (เช่น วันสอบ วันมอบตัว)

  • เพื่อใช้ข้อมูลประวัติครอบครัว (เช่น ข้อมูลพี่น้องที่กำลังศึกษาอยู่) ในการพิจารณาให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมการศึกษา หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ

  • เพื่อนำเสนอโปรโมชัน ส่วนลด สิทธิพิเศษ แคมเปญทางการตลาด (Marketing) หรือส่งคำเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจของโรงเรียนในอนาคต ผ่านช่องทางที่ท่านให้ไว้ (เฉพาะกรณีที่ได้รับความยินยอม)

ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)

ฐานความยินยอม (Consent) - เฉพาะกรณีการแจ้งข้อมูลข่าวสารทางการตลาดและสิทธิพิเศษ

หมวด 6. การประเมินผลและการวิเคราะห์ข้อมูล (Feedback & Data Analytics)

  • เพื่อส่งแบบสอบถามความพึงพอใจหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม การแจ้งผลสอบ หรือการสอบถามเหตุผลเชิงลึกกรณีที่มีการย้ายสถานศึกษา

  • เพื่อนำข้อมูลข้อเสนอแนะ คำติชม และข้อมูลเชิงสถิติต่าง ๆ ไปประมวลผลและวิเคราะห์ (Data Analytics) โดยจัดทำเป็นข้อมูลนิรนาม (Anonymization) เท่าที่ทำได้ สำหรับนำไปพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการจัดกิจกรรมในอนาคต

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

หมวด 7. การรักษาความปลอดภัยและการจัดสรรพื้นที่ (Security & Facilities)

  • เพื่อใช้ข้อมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ในการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ และใช้ข้อมูลบนบัตรประจำตัวประชาชน ในขั้นตอนการแลกบัตรเพื่อบันทึกการเข้า-ออกพื้นที่โรงเรียน (Visitor Access)

  • เพื่อดำเนินการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาความปลอดภัยของ นักเรียน ผู้ปกครอง บุคลากร และทรัพย์สิน

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

หมวด 8. การบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอเพื่อการประชาสัมพันธ์ (Media Consent)

  • เพื่อทำการบันทึกภาพถ่ายหรือวิดีโอที่สามารถระบุและเจาะจงตัวบุคคลของ นักเรียน และ ผู้ปกครอง ในขณะเข้าร่วมกิจกรรม และนำภาพหรือวิดีโอดังกล่าวไปใช้ในการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ โฆษณา หรือบทความ เพื่อเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ของโรงเรียน (เฉพาะกรณีที่ได้รับความยินยอม)

ฐานความยินยอม (Consent) - สำหรับการใช้ภาพเจาะจงตัวบุคคลเพื่อการประชาสัมพันธ์

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 5 โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผย ส่งต่อ หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามฐานทางกฎหมาย ให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

(1) บริษัทผู้รับใบอนุญาตและบริษัทในเครือ ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องของ บริษัท เลิร์น สาธิตพัฒนา จำกัด (ในฐานะผู้รับใบอนุญาต) รวมถึงบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (เช่น บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด) ในฐานะผู้ให้บริการระบบงานส่วนกลาง (Shared Services) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการข้อมูลการรับสมัคร (CRM) งานการตลาด งานบัญชี งานกฎหมาย งานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล งานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริหารจัดการสถานศึกษา

(2) หน่วยงานราชการและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โรงเรียนจะเปิดเผยข้อมูลก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเมื่อได้รับคำสั่งจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายเท่านั้น เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศาล กรมควบคุมโรค หรือหน่วยงานสาธารณสุข (เฉพาะกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในวันจัดกิจกรรม) รวมถึง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานทูต/สถานกงสุล (เฉพาะกรณีที่โรงเรียนจำเป็นต้องออกเอกสารรับรองการสมัครสอบเพื่อประกอบการขอวีซ่าของนักเรียนต่างชาติ)

(3) ผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processors) บุคคลภายนอกที่โรงเรียนมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล เช่น ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและคลาวด์ (IT & Cloud Service), ผู้ให้บริการระบบรับสมัครและจัดสอบ, ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงิน (Payment Gateway), ผู้ให้บริการระบบการสื่อสาร (เช่น LINE, SMS), เอเจนซี่โฆษณาและการตลาดออนไลน์ (Marketing Agency), และผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด (CCTV)

(4) พันธมิตรทางธุรกิจและผู้จัดกิจกรรมภายนอก หน่วยงานที่โรงเรียนร่วมมือด้วยในการจัดกิจกรรมหรือประชาสัมพันธ์ เช่น พันธมิตรผู้ให้คำแนะนำและทำการตลาด (เช่น เพจลงทุนมัม), บริษัทผู้รับจัดงานอีเว้นท์ (Event Organizer) สำหรับงาน Open House หรือ School Visit, โรงพยาบาลคู่สัญญา (กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในวันจัดกิจกรรม), ที่ปรึกษากฎหมาย และผู้สอบบัญชี

(5) สาธารณชนและสื่อมวลชน สาธารณชนทั่วไปผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ (เช่น เว็บไซต์ของโรงเรียน, สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook, Instagram, LINE, TikTok, YouTube, Twitter รวมถึง บอร์ดประกาศภายในโรงเรียน หรือสื่อสิ่งพิมพ์) โดยโรงเรียนอาจมีการเปิดเผยภาพถ่าย วิดีโอ หรือรายชื่อนักเรียนที่สอบผ่านการคัดเลือก เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ บันทึกภาพบรรยากาศกิจกรรม หรือแสดงความยินดี (ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขการให้ความยินยอมของท่านตามที่ระบุในข้อ 5)

(6) บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น ตัวแทน หรือผู้รับมอบอำนาจของท่าน หรือบุคคลอื่นใดที่ท่านได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ

6.2 โรงเรียนจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอม โรงเรียนจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนเสมอ

6.3 การเปิดเผยข้อมูลระหว่างโรงเรียนในเครือ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ การรับสมัครนักเรียน การประเมินผลการสอบ การทำกิจกรรมร่วมกัน และการบริหารสถานศึกษาให้มีมาตรฐานเดียวกัน โรงเรียนอาจมีการเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและนักเรียน ระหว่าง โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา กับ โรงเรียนสาธิตพัฒนา ภายใต้วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับการรับนักเรียนเข้าศึกษาและการจัดการศึกษา โดยการส่งต่อหรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

7.1 ในการดำเนินงานและการบริหารจัดการของโรงเรียน โรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เช่น โรงเรียนอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลาวด์ (Cloud Storage) ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการภายนอก (เช่น ระบบ Google Workspace, แพลตฟอร์มระบบรับสมัครสอบ หรือระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า CRM) และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการภายนอกในรูปแบบของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Software as a Service - SaaS) และรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูป (Platform as a Service - PaaS) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งผู้ให้บริการหรือเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงการติดต่อประสานงานกับสถานทูต หรือสถานกงสุล (เฉพาะกรณีที่จำเป็นต้องประสานงานเรื่องเอกสารวีซ่าสำหรับการสอบของนักเรียนต่างชาติ)

ในกรณีดังกล่าว โรงเรียนจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และกระบวนการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

7.2 ในกรณีที่ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด โรงเรียนอาจยังคงส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศได้ ภายใต้ข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด หรือในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ได้รับความยินยอมจากท่าน โดยท่านได้รับทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลแล้ว (2) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น (เช่น การดำเนินการเพื่อรับสมัครสอบประเมินผล) (3) เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของโรงเรียน (4) เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เมื่อท่านไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ หรือ (5) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควร เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของโรงเรียน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล แบ่งได้ดังนี้

8.1 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป โรงเรียนจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของท่านและนักเรียนไว้เป็นระยะเวลา 3 (สาม) ปี นับถัดจากปีที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรม (เช่น Open House, School Visit) หรือปีที่ท่านทำการสมัครสอบ/แสดงความสนใจเข้าศึกษาและโรงเรียนได้สิ้นสุดความสัมพันธ์กับท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิง การจัดการรายชื่อสำรอง (Waitlist) การติดต่อสื่อสารทางการตลาด (กรณีที่ท่านให้ความยินยอม) และเพื่อการก่อตั้งสิทธิ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของโรงเรียน ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปีดังกล่าว โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น แบบฟอร์มการสมัครสอบ ประวัติการสนทนา สำเนาเอกสารที่ใช้ประกอบการสมัคร) เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (Anonymization) เว้นแต่ข้อมูลบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้เป็นการถาวรตามที่ระบุในข้อ 8.5

8.2 ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Data) ตามที่ระบุไว้ในข้อ 3 โรงเรียนไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน (เช่น ข้อมูลศาสนา หรือหมู่โลหิต) อย่างไรก็ตาม หากมีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวปรากฏอยู่บนสำเนาเอกสารยืนยันตัวตน (เช่น บัตรประจำตัวประชาชน) ที่ท่านไม่ได้ทำการปกปิดและโรงเรียนมีความจำเป็นต้องเก็บไว้เพื่อการยืนยันตัวตน โรงเรียนจะจัดเก็บเอกสารดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลาเท่ากับข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (คือ 3 ปี นับถัดจากปีที่เข้าร่วมกิจกรรมหรือสมัครสอบ) และเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว โรงเรียนจะดำเนินการลบ หรือทำลายเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวนั้นทิ้งพร้อมกับข้อมูลทั่วไปทันที

8.3 การเก็บรักษาหลักฐานประวัติการใช้สิทธิ ในกรณีที่ท่านมีการขอใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Rights) ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ (เช่น การขอถอนความยินยอม) โรงเรียนจะเก็บหลักฐานและประวัติการใช้สิทธิดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลา 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่โรงเรียนพิจารณาและดำเนินการตามคำขอของท่านแล้วเสร็จ

8.4 ข้อยกเว้นและกรณีอื่น ๆ ในกรณีที่มีข้อพิพาท การดำเนินการทางศาล หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับท่าน โรงเรียนขอสงวนสิทธิในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ไว้จนกว่ากระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุดอย่างถึงที่สุด รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต

8.5 การดำเนินการเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดและการเก็บรักษาข้อมูลถาวร (กรณีเข้าเป็นนักเรียน) เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาที่กำหนดไว้ข้างต้น โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ (Anonymization)

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่นักเรียนผ่านการคัดเลือกและได้ดำเนินการมอบตัวเข้าเป็นนักเรียนของโรงเรียนอย่างสมบูรณ์ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและนักเรียนจะถูกโอนย้ายเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลนักเรียนของโรงเรียน และจะถูกเก็บรักษาไว้ตาม "ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง (ฉบับนักเรียนปัจจุบัน)" ซึ่งโรงเรียนอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลบางประการของนักเรียนไว้อย่างถาวร ตลอดจนข้อมูลที่ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางการศึกษาและระเบียนประวัตินักเรียน (เช่น ระเบียนแสดงผลการเรียน ปพ.1 หรือหลักฐานทางวิชาการอื่น ๆ) เพื่อเป็นหลักฐานและเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโรงเรียน และเพื่อการปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่ต้องเก็บรักษาระเบียนแสดงผลการเรียนไว้เป็นหลักฐานอย่างถาวร

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

โรงเรียนเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่โรงเรียนใช้ติดต่อท่าน โดยโรงเรียนจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยท่านสามารถส่งคำขอให้โรงเรียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่โรงเรียนกำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) สิทธิขอถอนความยินยอม หากท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับโรงเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือมีสัญญาระหว่างท่านกับโรงเรียนที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หรืออาจส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้

อย่างไรก็ตาม หากท่านเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลที่จำเป็น อาจทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนอาจพลาดโอกาสในการรับทราบข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมที่น่าสนใจ โปรโมชัน ส่วนลด หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ จากทางโรงเรียน

(2) สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียน และขอให้โรงเรียนทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้โรงเรียนเปิดเผยว่าโรงเรียนได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

(3) สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่โรงเรียนได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่โรงเรียน หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนจำเป็นต้องประมวลผล เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน

(4) สิทธิขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงเรียน หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน โรงเรียนจะยังคงดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่โรงเรียนสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย

(5) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล ท่านมีสิทธิขอลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเห็นว่าโรงเรียนหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือสิทธิขอคัดค้านแล้ว

ทั้งนี้ หากท่านขอให้โรงเรียนลบหรือทำลายข้อมูลที่จำเป็นต่อการรับสมัคร หรือการพิจารณาคุณสมบัติ อาจส่งผลกระทบให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการพิจารณาใบสมัคร จัดสอบประเมินผล ประกาศผลสอบ หรือพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาได้ รวมถึงอาจทำให้โรงเรียนไม่สามารถอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรมแก่ท่านได้อย่างสมบูรณ์

(6) สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่โรงเรียนอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่โรงเรียนหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้โรงเรียนระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทน

(7) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(8) สิทธิร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อโรงเรียนผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

10. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

10.1 การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งโรงเรียนได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีที่ท่านประสงค์ใช้สิทธิถอนความยินยอม ท่านสามารถกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอถอนความยินยอมได้โดยตรง

ทั้งนี้ โรงเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ดี โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือโรงเรียนจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากโรงเรียนดำเนินการตามคำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยโรงเรียนจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ โดยหากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือคำร้องขอฟุ่มเฟือย โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่โรงเรียนกำหนด

10.2 โรงเรียนจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ เนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค

10.3 ในบางสถานการณ์ โรงเรียนอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งโรงเรียนจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้

10.4 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่โรงเรียนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงโรงเรียนอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากโรงเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

10.5 โรงเรียนจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อโรงเรียนในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและบริเวณรอบข้าง ทรัพย์สินของโรงเรียน ความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม รวมถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง

11. มาตรการการรักษาความปลอดภัย

โรงเรียนจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิค เชิงบริหารจัดการ และทางกายภาพ (Technical, Organizational, and Physical Measures) เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบ โดยมาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ตลอดจนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งโรงเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกันอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของโรงเรียนครอบคลุมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไว้เฉพาะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตามความจำเป็น (Need-to-know basis) (เช่น ทีมรับสมัครนักเรียน ทีมบริหารวิชาการ ทีมจัดกิจกรรม หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายระบบสารสนเทศ) (2) การจัดให้มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) สำหรับการส่งต่อหรือโอนย้ายข้อมูลที่มีความเสี่ยงสูง (3) การกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายนอก (Outsource / Third-party Processor) รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ ต้องลงนามในข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) หรือมีข้อตกลงการรักษาความลับ เพื่อควบคุมให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่โรงเรียนกำหนด (4) การจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็น หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมอยู่เสมอ

12. ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม

หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่โรงเรียน เช่น ข้อมูลของคู่สมรส สมาชิกในครอบครัว พี่น้องของนักเรียน บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ หรือ ข้อมูลของผู้ปกครองท่านอื่น (ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้คำแนะนำ หรือ Referral)

ท่านขอรับรองว่าท่านมีอำนาจตามกฎหมาย หรือได้รับความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมายจากบุคคลดังกล่าว ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาให้แก่โรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปประมวลผลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ (เช่น เพื่อการติดต่อกลับ หรือการให้ข้อมูลสิทธิประโยชน์)

ทั้งนี้ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลที่สามดังกล่าวรับทราบถึงการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงรายละเอียดของประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเป็นผู้ดำเนินการขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว (หากกฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม) ด้วยตัวท่านเอง

13. ช่องทางการติดต่อ

โรงเรียนได้มอบหมายให้ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงเรียน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : DPO@Learn.co.th

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไป หรือการดำเนินการของโรงเรียน (ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) หากท่านมีข้อซักถามเกี่ยวกับการรับสมัคร การเข้าร่วมกิจกรรม หรือต้องการยกเลิกการรับข่าวสาร (Unsubscribe) ท่านสามารถติดต่อโรงเรียนที่ท่านสนใจได้โดยตรง ดังนี้

  1. โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา (ฝ่ายมัธยม)

อีเมล: academic@lsp.ac.th

หมายเลขโทรศัพท์: 02-508-4445

ที่อยู่: เลขที่ 391 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

  1. โรงเรียนสาธิตพัฒนา (ฝ่ายประถม)

อีเมล: acad.pri@lsp.ac.th

หมายเลขโทรศัพท์: 02-508-4445

ที่อยู่: เลขที่ 380 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

  1. โรงเรียนสาธิตพัฒนา (ฝ่ายอนุบาล)

อีเมล: acad.kin@lsp.ac.th

หมายเลขโทรศัพท์: 062-603-9555

ที่อยู่: เลขที่ 380 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

14. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

โรงเรียนอาจดำเนินการทบทวน ปรับปรุง หรือแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย นโยบายการดำเนินงาน หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสต่อท่าน หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใน "สาระสำคัญ" ที่อาจส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หลักในการใช้ข้อมูล หรือการส่งต่อข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกกลุ่มใหม่) โรงเรียนจะทำการแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน ผ่านช่องทางการติดต่อที่โรงเรียนมีอยู่ (เช่น ทางอีเมล, LINE, SMS) หรือผ่านการประกาศแจ้งเตือนบนหน้าเว็บไซต์ของโรงเรียน ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ ในกรณีที่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม โรงเรียนจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านใหม่อีกครั้ง ก่อนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลExercise Your Data Rights

เลือกแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับตามช่องทางที่ท่านระบุChoose the relevant form; our team will respond via the channel you provide

คำขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลData Subject Rights Request

ขอเข้าถึง / แก้ไข / ลบ / คัดค้าน / โอนย้าย / ระงับการใช้ข้อมูลAccess / rectify / erase / object / port / restrict

เปิดแบบฟอร์ม · Open form →

ร้องเรียนการประมวลผลข้อมูลData Processing Complaint

แจ้งข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลReport concerns about collection, use, or disclosure

เปิดแบบฟอร์ม · Open form →

คำขอถอนความยินยอมWithdraw Consent Request

ถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลที่เคยให้ไว้Withdraw consent previously given for processing

เปิดแบบฟอร์ม · Open form →
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)
อีเมล: DPO@Learn.co.th
ที่อยู่: 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไป  โทร: 02-508-4445  |  อีเมล: pr@lsp.ac.th
Learn Satit Pattana School   391 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

© โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายประถม (LSPP) — สงวนลิขสิทธิ์
Data Protection Officer (DPO)
Email: DPO@Learn.co.th
Address: 444 MBK Tower, 14th Floor, Phayathai Rd., Wang Mai, Pathum Wan, Bangkok 10330

General enquiries  Tel: 02-508-4445  |  Email: pr@lsp.ac.th
Learn Satit Pattana School   391 Panya Intra Rd., Sam Wa Tawan Tok, Khlong Sam Wa, Bangkok 10510

© LEARN Satit Pattana School, Primary (LSPP) — All rights reserved